สภาเกษตรกรแห่งชาติ ร่วมบูรณาการร่วมกับศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) หน่วยงานภาครัฐ ภาควิชาการ และท้องถิ่น ในการขับเคลื่อนการพัฒนาภาคการเกษตรและยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม
วันที่ 18 มิถุนายน 2569 สภาเกษตรกรจังหวัดสงขลาจัดการประชุมเพื่อรับทราบข้อเท็จจริง สภาพปัญหา และศักยภาพด้านการเกษตร และลงพื้นที่รับฟังปัญหาและความต้องการของพี่น้องเกษตรกรใน 4 อำเภอชายแดนจังหวัดสงขลา ณ ตำบลเทพา อำเภอเทพา และตำบลท่าหมอไทร อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา
ในการนี้ นายนัยฤทธิ์ จำเล ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ เห็นชอบให้นายศรัณย์พงศ์ ฟุ้งเกียรติ รองเลขาธิการสภาเกษตรกรแห่งชาติ เข้าร่วมการประชุม และลงพื้นที่ในครั้งนี้ ซึ่งการประชุมและลงพื้นที่ในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อรวบรวมข้อมูลจริงจากพื้นที่ไปทำแผนแก้ไขปัญหาแบบบูรณาการ ทั้งในระดับพื้นที่และข้อเสนอเชิงนโยบายต่อรัฐบาล โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานต่าง ๆ ได้แก่
– นายพีรวัส ณ ตะกั่วทุ่ง ปลัดอำเภอ หัวหน้ากลุ่มงานความมั่นคง
– นางวัชรี นอนคีรี ผู้แทนจากสำนักงานเกษตรอำเภอเทพา
– นางสาวรัตนา แก้วประดับเพชร นักวิชาการเกษตร สถานีพัฒนาที่ดินสงขลา
– นางสาววิภารัตน์ ชูเชิด ปศุสัตว์อำเภอเทพา
– นายยุทธนา ราญฎร ประมงอำเภอเทพา
– พ.ต.ท.วิสันต์ ดิสถาพร สวป.สภ.เทพา
– นายสรยุทธ์ หมัดขาว กำนันตำบลเทพา
– นางสาวพรเพ็ญ ประกอบกิจ ผู้อำนวยการวิทยาลัยชุมชนสงขลา
– นายวิโรจน์ เอี่ยมสุวรรณ ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดสงขลา
และเจ้าหน้าที่สำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดสงขลา

จากการประชุมหารือ ได้มีการสะท้อน 8 ประเด็นปัญหาวิกฤตและแนวทางแก้ไข ดังนี้
1. การบริหารจัดการน้ำและการขาดแคลนน้ำ
• ปัญหา: ภัยแล้งรุนแรงทำพื้นที่ทำนากลายเป็นนาร้าง บางช่วงเจอน้ำท่วมซ้ำซาก เกษตรกรต้องทิ้งนาไปปลูกยาง-ปาล์มแทน
• แนวทาง: เตรียมประสาน กรมชลประทาน กรมพัฒนาที่ดิน และ สทนช. ลงพื้นที่สำรวจ ขุดลอกคลอง ทำธนาคารน้ำใต้ดิน และจัดทำแผนน้ำระยะสั้น-ยาว
2. ไฟฟ้าเพื่อการเกษตร
• ปัญหา: เกษตรกรขาดไฟฟ้าถาวรในพื้นที่ทำกิน ทำให้ยากต่อการสูบน้ำ ขยายอาชีพ และแปรรูปผลผลิต
• แนวทาง: สภาเกษตรกรฯ เตรียมทำหนังสือส่งถึงการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) เพื่อร่วมลงพื้นที่สำรวจและชี้แจงเงื่อนไขการขยายเขตไฟฟ้าให้ชัดเจน
3. เอกสารสิทธิ์ในที่ดินทำกิน
• ปัญหา: ทำกินมานานแต่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ เสียโอกาสเข้าถึงการช่วยเหลือจากภาครัฐและแหล่งทุน
• แนวทาง: ติดตามความคืบหน้าผ่านกลไกสภาเกษตรกรจังหวัด ร่วมกับอำเภอ ท้องถิ่น และหน่วยงานที่ดิน เพื่อเร่งช่วยเหลือตามกฎหมาย
4. ช้างป่าทำลายพืชผล (อ.สะบ้าย้อย)
• ปัญหา: ช้างป่าข้ามฝั่งแนวชายแดนไทย-มาเลเซีย เข้ามาพังท่อน้ำ ทรัพย์สิน และพืชผล จนเกษตรกรไม่กล้าเข้ากรีดยาง
• แนวทาง: เร่งทำหนังสือถึง กรมอุทยานแห่งชาติฯ และกระทรวงทรัพยากรฯ เพื่อหามาตรการป้องกัน ผลักดันช้าง และเยียวยาเกษตรกร
5. ยกระดับการเลี้ยงแพะครบวงจร
• ปัญหา: แพะเป็นที่ต้องการของตลาดสูงมาก แต่เกษตรกรยังขาดความรู้ สายพันธุ์ และระบบการจัดการตลาด
• แนวทาง: รวบรวมข้อมูลผู้เลี้ยงใน 4 อำเภอชายแดน เพื่อจับมือ กรมปศุสัตว์, วิทยาลัยชุมชน และ ศอ.บต. พัฒนาตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ
6. แปรรูปและสร้างมูลค่าเพิ่มสินค้าชุมชน
6. แปรรูปและสร้างมูลค่าเพิ่มสินค้าชุมชน
• ปัญหา/โอกาส: ชุมชนมีศักยภาพในการแปรรูปอ้อย, ชันโรง, น้ำผึ้ง รวมถึงวัสดุเหลือใช้ทางทะเล (เช่น เปลือกหอย เปลือกปู) มาทำแคลเซียมและอาหารสัตว์
• แนวทาง: สนับสนุนองค์ความรู้ เทคโนโลยี มาตรฐานผลิตภัณฑ์ และหาช่องทางการตลาดใหม่ๆ
7. การปรับงบประมาณให้ตรงจุด (ไม่ตัดเสื้อไซส์เดียว)
• ปัญหา: โครงการพัฒนาจากส่วนใหญ่ยังไม่ตรงบริบท (เช่น จัดกิจกรรมเดียวกันทั้งตำบล ทั้งที่บางหมู่บ้านเหมาะกับประมง บางหมู่บ้านเหมาะกับพืช)
• แนวทาง: ดันให้แต่ละหมู่บ้านทำ “ประชาคม” เสนอความต้องการที่แท้จริง เพื่อให้หน่วยงานปรับงบประมาณให้ตอบโจทย์ที่สุด
8. พลังบูรณาการจากภาคีเครือข่าย
8. พลังบูรณาการจากภาคีเครือข่าย
• ความร่วมมือ: วิทยาลัยชุมชนพร้อมหนุนเรื่องการสร้างอาชีพ, สำนักงานเกษตรหนุนพืชเศรษฐกิจ และเจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมเฝ้าระวังปัญหาไฟไหม้ป่าพรุ
สภาเกษตรกรจังหวัดสงขลา และสภาเกษตรกรแห่งชาติ จะเร่งนำข้อมูลทั้งหมดแยกเป็นรายประเด็น เพื่อทำหนังสือประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง พร้อมทั้งพิจารณาอำเภอเทพาเป็นพื้นที่นำร่องในการแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำอย่างเป็นระบบ เพื่อเป็นต้นแบบให้กับพื้นที่อื่นๆ ต่อไป










