ศูนย์ประสานงานคุ้มครองสิทธิเกษตรกร สภาเกษตรกรแห่งชาติ ลงพื้นที่ชลบุรี ติดตามและประสานการช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากช้างป่า

                       วันที่ 2 – 3 กันยายน 2569 นายณรงค์รัตน์ ม่วงประเสริฐ เลขาธิการสภาเกษตรกรแห่งชาติมอบหมายให้ นายศรัณย์พงศ์ ฟุ้งเกียรติ รองเลขาธิการสภาเกษตรกรแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือเกษตรกร ลงพื้นที่พร้อมกับ นายเสถียร เสือขวัญ ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดระยอง ในฐานะประธานคณะกรรมการศึกษาและยกระดับการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือเกษตรกร นางสาวภัทศา ปิณฑะศิริ หัวหน้าสำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดชลบุรี และคณะทำงานสำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดชลบุรี และนายวสุ ยิ้มยืนยง คณะทำงานศูนย์ประสานงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือเกษตรกร ลงพื้นที่ ต.ห้างสูง อ.หนองใหญ่ จ.ชลบุรี เพื่อติดตามให้ข้อมูลแนวทางการคุ้มครองสิทธิ กฎหมาย และช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกร กรณีได้รับผลกระทบจากปัญหาช้างป่า พร้อมประสานแนวทางการช่วยเหลือเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิตและเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาช้างป่า

                      ทั้งนี้ คณะได้ลงพื้นที่ ต.คลองพลู เพื่อร่วมรับฟังข้อเท็จจริง สถานการณ์ และผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อชีวิต ทรัพย์สิน พื้นที่การเกษตร และการดำรงชีวิตของเกษตรกร พร้อมเปิดโอกาสให้ครอบครัวผู้เสียชีวิตและเกษตรกรสะท้อนปัญหา ความเดือดร้อน และข้อเสนอที่ต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการ
วันที่ 3 กันยายน 2569 คณะทำงานได้ลงพื้นที่อำเภอเกาะจันทร์ จังหวัดชลบุรี เพื่อร่วมหาแนวทางร่วมกับส่วนราชการ โดยมี นายกมลชนก กาญจนากาศ นายอำเภอเกาะจันทร์ จังหวัดชลบุรี หัวหน้าส่วนราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เข้าร่วมรับฟังแนวทาง สถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกรณีได้รับผลกระทบจากปัญหาช้างป่า โดยศูนย์ประสานงานคุ้มครองสิทธิเกษตรกร สภาเกษตรกรแห่งชาติ ได้ให้ข้อมูลและคำปรึกษาด้านการคุ้มครองสิทธิและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง พร้อมชี้แจงแนวทางการขอรับความช่วยเหลือ หลักเกณฑ์การจ่ายเงินเยียวยา เอกสารประกอบคำขอ และช่องทางการติดต่อหน่วยงานที่รับผิดชอบ เพื่อให้ครอบครัวผู้เสียชีวิตและเกษตรกรผู้ได้รับผลกระทบสามารถเข้าถึงสิทธิของภาครัฐได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว และเป็นธรรม


อย่างไรก็ตาม ศูนย์ประสานงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือเกษตรกรยังคงเดินหน้าที่จะรวบรวมข้อเท็จจริง สะท้อนปัญหา และข้อเสนอจากพื้นที่ เพื่อเป็นส่วนประสานหน่วยงานที่รับผิดชอบ ติดตามผลการช่วยเหลือเยียวยา และผลักดันมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาช้างป่าให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมให้เกษตรกรและประชาชนผู้ได้รับผลกระทบสามารถเข้าถึงสิทธิอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม ควบคู่กับการสร้างแนวทางการอยู่ร่วมกันระหว่างคน ชุมชน และสัตว์ป่าอย่างสมดุลและยั่งยืน