สภาเกษตรกรแห่งชาติ เร่งหารือแนวทางแก้ไขปัญหาผลกระทบจากภาวะนมกล่องค้างสต็อก

วันที่ 11 มิถุนายน 2569 ณ ห้องประชุมสำนักงานสภาเกษตรกรแห่งชาติ และการประชุมทางไกลผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (Zoom Meeting)

นายนัยฤทธิ์ จำเล ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร เจ้าหน้าที่สำนักงานสภาเกษตรกรแห่งชาติ ประชุมเพื่อหารือแนวทางแก้ไขปัญหาผลกระทบจากภาวะนมกล่องค้างสต็อก ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ องค์กรเกษตรกร สหกรณ์โคนมทั่วประเทศ ร่วมกันหาแนวทางแก้ไขปัญหาและลดผลกระทบต่อเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมทั่วประเทศ
ตามที่สภาเกษตรกรแห่งชาติ ได้เสนอแนวทางแก้ไขปัญหานมกล่องค้างสต็อกเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมและผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์นม เสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาอนุมัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น วงเงิน 800,000,000 บาท (แปดร้อยล้านบาทถ้วน) ให้แก่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) สำหรับดำเนินการจัดซื้อนมกล่องค้างสต็อกแจกจ่ายเพิ่มเติมให้แก่เด็กนักเรียนในโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน มากกว่า 260 วัน
และต่อมาที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2568 ได้รับทราบแนวทางดังกล่าวและมอบหมายให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์รับเรื่องไปพิจารณาร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการต่อไปโดยให้รับความเห็นของหน่วยงานต่าง ๆ ไปประกอบการพิจารณา
อย่างไรก็ตาม ปัญหานมกล่องค้างสต็อกยังคงส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องของเกษตรกร ผู้เลี้ยงโคนม องค์กรเกษตรกร และผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์นมอย่างต่อเนื่อง และรุนแรงยิ่งขึ้น แม้ว่าผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์นม จะมีการบริหารจัดการสต็อกแล้ว แต่ปัญหาด้านการบริโภคลดลง และปัญหาน้ำนมดิบไม่มีที่จำหน่าย ยังไม่ได้รับการแก้ไข ผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์นมส่วนใหญ่ยังต้องรับซื้อน้ำนมดิบจากเกษตรกรทุกวัน บางรายนำไปผลิตเป็นนม UHT ภายใต้ตราสินค้าของตนเองแต่ยังไม่สามารถจำหน่ายได้ บางรายนำไปจำหน่ายในราคาต่ำกว่าราคากลาง เพื่อผลิตเป็นน้ำหมักชีวภาพ และบางรายต้องนำไปบรรจุเป็นนม UHT ตรานมโรงเรียน จึงยังคงมีปัญหานมกล่องค้างสต็อก
ล่าสุดในการประชุมเพื่อหารือแนวทางแก้ไขปัญหาผลกระทบจากภาวะนมกล่องค้างสต็อกครั้งนี้ ที่ประชุมได้พิจารณาวาระการติดตามงบประมาณงบกลางอย่างเร่งด่วน จำนวน 800 ล้านบาท ตามที่คณะรัฐมนตรีเคยมีมติเห็นชอบในหลักการไว้เมื่อเดือนกันยายน 2568 นั้น เพื่อเร่งรัดการบริหารจัดการปริมาณสินค้าคงคลังนมกล่องสะสมในระบบสหกรณ์จำนวนกว่า 100 ล้านกล่อง ซึ่งหากล่าช้าจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อเนื่องไปยังระบบสหกรณ์โคนมและเกษตรกร
ดังนั้น สภาเกษตรกรแห่งชาติในฐานะองค์กร ที่มีหน้าที่ดูแลและขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาให้แก่เกษตรกรตามพระราชบัญญัติสภาเกษตรกรแห่งชาติ พ.ศ. 2553 จึงได้ร่วมติดตามความคืบหน้าของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะหน่วยงานหลักที่ได้รับมอบหมายตามมติคณะรัฐมนตรี เพื่อนำไปประกอบการขับเคลื่อนการบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่เกษตรกรและผู้ประกอบการต่อไป