วันที่ 5 มิถุนายนของทุกปี ถูกกำหนดให้เป็น “วันข้าวและชาวนาแห่งชาติ” โดยสืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน พ.ศ.2489 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทอดพระเนตรการทำนาที่อำเภอบางเขน และทอดพระเนตรกิจการมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ทั้งได้ทรงหว่านข้าวด้วยพระองค์เองในแปลงนา นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณที่พระราชทานต่อชาวสยามและข้าวไทยเป็นอย่างมาก
ต่อมาเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ.2552 ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ รวมถึงคณะรัฐมนตรี เห็นชอบกำหนดให้วันที่ 5 มิถุนายนของทุกปี เป็น “วันข้าวและชาวนาแห่งชาติ” นับแต่นั้นเป็นต้นมา
ทั้งนี้ “ข้าว” จึงไม่ใช่เพียงอาหารหลักของประเทศไทยเท่านั้น แต่ข้าวและชาวนา ถือเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิต วัฒนธรรม ตลอดจนเศรษฐกิจของประเทศ และจากนโยบายของภาครัฐที่ปัจจุบันมุ่งเน้นการยกระดับสู่เกษตรแม่นยำ มั่นคง และยั่งยืน ผ่านการทำ “ข้าวคาร์บอนต่ำ” และการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่มาพัฒนาสายพันธุ์ที่ มีความทนทานต่อสภาพภูมิอากาศผันผวน ซึ่งประเทศไทยขึ้นชื่อว่าเป็นคลังพันธุกรรมข้าวที่สำคัญของโลก มีทั้งข้าวเศรษฐกิจและข้าวพื้นเมืองที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
“วันข้าวและชาวนาแห่งชาติ” จึงเป็นวันที่ทำให้ประชาชนชาวไทย จะได้ร่วมรำลึกถึงคุณค่าของข้าว เชิดชูเกียรติชาวนาไทย พร้อมน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์อย่างหาที่สุดมิได้ ที่ทรงอุปถัมภ์วิถีชีวิตชาวนา พัฒนาแหล่งน้ำ และยกระดับคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของเกษตรกรไทยตลอดมา








