Skip to content
  • หน้าหลัก
  • เกี่ยวกับองค์กร
    • ประวัติองค์กร
    • อำนาจหน้าที่
    • วิสัยทัศน์
    • โครงสร้างขององค์กร
    • สมาชิกสภาเกษตรกรแห่งชาติ
    • คณะกรรมการ
    • ผู้บริหาร
  • ข่าวสารและกิจกรรม
    • ข่าวประชาสัมพันธ์
    • ข่าวกิจกรรม
    • ประกาศรับสมัครงาน
    • ประกาศจัดซื้อจัดจ้าง
  • ผลการดำเนินงาน
    • ข้อเสนอเชิงนโยบายต่อ ครม.
    • ยุทธศาสตร์สภาเกษตรกรแห่งชาติ
    • แผนแม่บทเพื่อพัฒนาเกษตรกรรม
    • รายงานประจำปี
    • แผนพัฒนาเกษตรกรรมระดับตำบลสู่เกษตรอุตสาหกรรม
    • งบการเงิน
    • แผน-ผลการดำเนินงานและการใช้จ่ายงบประมาณ
  • ข้อมูลเผยแพร่
    • สื่อมัลติมีเดีย
      • สื่อวิดีโอ
      • สื่อเสียง
      • สื่อสิ่งพิมพ์
    • ดาวน์โหลดเอกสาร
    • กฎหมาย
    • หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
  • ติดต่อ
    • สำนักงานสภาเกษตรกรแห่งชาติ
    • สำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัด
    • ศูนย์ประสานงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือเกษตรกร
  • ITA
    • ปีงบประมาณ 2569
    • ปีงบประมาณ 2568
    • ปีงบประมาณ 2567
    • ปีงบประมาณ 2566
สภาเกษตรกรแห่งชาติ

สภาเกษตรกรแห่งชาติ

National Farmers Council

Menu
  • หน้าหลัก
  • เกี่ยวกับองค์กร
    • ประวัติองค์กร
    • อำนาจหน้าที่
    • วิสัยทัศน์
    • โครงสร้างขององค์กร
    • สมาชิกสภาเกษตรกรแห่งชาติ
    • คณะกรรมการ
    • ผู้บริหาร
  • ข่าวสารและกิจกรรม
    • ข่าวประชาสัมพันธ์
    • ข่าวกิจกรรม
    • ประกาศรับสมัครงาน
    • ประกาศจัดซื้อจัดจ้าง
  • ผลการดำเนินงาน
    • ข้อเสนอเชิงนโยบายต่อ ครม.
    • ยุทธศาสตร์สภาเกษตรกรแห่งชาติ
    • แผนแม่บทเพื่อพัฒนาเกษตรกรรม
    • รายงานประจำปี
    • แผนพัฒนาเกษตรกรรมระดับตำบลสู่เกษตรอุตสาหกรรม
    • งบการเงิน
    • แผน-ผลการดำเนินงานและการใช้จ่ายงบประมาณ
  • ข้อมูลเผยแพร่
    • สื่อมัลติมีเดีย
      • สื่อวิดีโอ
      • สื่อเสียง
      • สื่อสิ่งพิมพ์
    • ดาวน์โหลดเอกสาร
    • กฎหมาย
    • หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
  • ติดต่อ
    • สำนักงานสภาเกษตรกรแห่งชาติ
    • สำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัด
    • ศูนย์ประสานงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือเกษตรกร
  • ITA
    • ปีงบประมาณ 2569
    • ปีงบประมาณ 2568
    • ปีงบประมาณ 2567
    • ปีงบประมาณ 2566

รายงานประจำปี 2556

รายงานประจำปี 2556

December 30, 2013April 5, 2022Kanokpond Artornmetaneeรายงานประจำปี, สื่อสิ่งพิมพ์2556, รายงานประจำปี

https://www.nfc.or.th/wp-content/uploads/2017/06/2013-NFC-AnnualReport.pdf

  • FacebookFacebook
  • XTwitter
  • LINELine

Related Posts

  • รายงานประจำปี 2558
  • รายงานประจำปี 2559
  • รายงานประจำปี 2560

Related Posts

  • รายงานประจำปี 2558
  • รายงานประจำปี 2559
  • รายงานประจำปี 2560

 

สภาเกษตรกรแห่งชาติ

5 hours ago

สภาเกษตรกรแห่งชาติ
ปลดล็อกวิกฤตข้าวไทย! สภาเกษตรกรแห่งชาติ เสนอ กมธ.เกษตรฯ ปฏิรูปทั้งระบบ เปลี่ยนจาก “สงเคราะห์” สู่ “สิทธิชาวนา” ผลักดันกฎหมายข้าวฉบับใหม่สภาเกษตรกรแห่งชาติ เข้าร่วมให้ข้อมูลและแสดงความคิดเห็นต่อคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาแนวทางการบริหารจัดการข้าวอย่างมีประสิทธิภาพและการศึกษาการจัดทำกฎหมายว่าด้วยการข้าว ภายใต้คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ สภาผู้แทนราษฎร พร้อมส่งมอบบทสรุปสาระสำคัญและเจตนารมณ์ของสภาเกษตรกรแห่งชาติต่อพระราชบัญญัติข้าวและชาวนาไทย เสนอ 6 ประเด็นสำคัญ มุ่งแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง สร้างความเป็นธรรมด้านราคา คุ้มครองสิทธิชาวนา และยกระดับความมั่นคงในอาชีพอย่างยั่งยืนเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 ณ อาคารรัฐสภา นายนัยฤทธิ์ จำเล ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ มอบหมายให้ นายสิงห์ชัย เรืองขจร สมาชิกสภาเกษตรกรแห่งชาติ และประธานสภาเกษตรกรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วย นายเทพ เพียมะลัง สมาชิกสภาเกษตรกรแห่งชาติ และประธานสภาเกษตรกรจังหวัดเพชรบูรณ์ เข้าร่วมประชุมเพื่อให้ข้อมูล ข้อเท็จจริง และแสดงความคิดเห็นต่อคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาแนวทางการบริหารจัดการข้าวอย่างมีประสิทธิภาพและการศึกษาการจัดทำกฎหมายว่าด้วยการข้าว ในคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ สภาผู้แทนราษฎร โดยมี นายประทีป ตระกูลสา สมาชิกสภาเกษตรกรแห่งชาติ ร่วมเป็นคณะอนุกรรมาธิการ เพื่อร่วมพิจารณาแนวทางการบริหารจัดการข้าวและการศึกษาความจำเป็นในการจัดทำกฎหมายว่าด้วยการข้าวอย่างรอบด้านสำหรับการประชุมครั้งนี้สืบเนื่องจากคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ สภาผู้แทนราษฎร เชิญผู้แทนสภาเกษตรกรแห่งชาติเข้าร่วมให้ข้อมูล ข้อเท็จจริง และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสภาพปัญหาการประกอบอาชีพทำนา การกำหนดพื้นที่เหมาะสมในการปลูกข้าว การส่งเสริมและพัฒนาการผลิต การตลาด สวัสดิการ และคุณภาพชีวิตชาวนา ตลอดจนความจำเป็นในการจัดทำกฎหมายข้าวในการนี้ ผู้แทนสภาเกษตรกรแห่งชาติได้ร่วมให้ข้อมูล พร้อมมอบบทสรุปสาระสำคัญและเจตนารมณ์ของสภาเกษตรกรแห่งชาติต่อพระราชบัญญัติข้าวและชาวนาไทย เพื่อประกอบการพิจารณาของคณะอนุกรรมาธิการ โดยมีสาระสำคัญที่นำเสนอ 6 ประเด็นหลัก ดังนี้1. สภาพปัญหาและข้อจำกัดในการประกอบอาชีพการทำนา อาทิ ต้นทุนการผลิต น้ำ หนี้สิน และภัยธรรมชาติ2. ความคิดเห็นและความเป็นไปได้ในการกำหนดพื้นที่เหมาะสมในการปลูกข้าว3. ความต้องการต่อการส่งเสริมและพัฒนาการผลิต อาทิ เมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดี เทคโนโลยี การวิจัยและพัฒนาพันธุ์ และต้นทุนการผลิต4. ความคิดเห็นต่อกลไกการตลาด การกำหนดราคาที่เหมาะสมและสอดคล้องกับต้นทุนการผลิต รวมถึงปัญหาและอุปสรรคในการซื้อขายข้าว5. ความคิดเห็นด้านการจัดสวัสดิการ และความมั่นคงในอาชีพ รวมถึงข้อเสนอแนะสำหรับการจัดตั้งกองทุนข้าว6. ความคิดเห็น ความจำเป็น และข้อเสนอในการจัดทำกฎหมายข้าวทั้งนี้ ผู้แทนสมาชิกสภาเกษตรกรแห่งชาติ นำเสนอว่า “ข้าว” ถือเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของประเทศ พื้นที่ปลูกข้าวทั้งนาปรังนาปี รวม 71 ล้านไร่ ผลผลิตรวม 35 ล้านตัน ปริมาณการส่งออก 7.8 ล้านตัน มูลค่า 148,204 ล้านบาท ขณะที่เกษตรกรผู้ปลูกข้าวยังต้องเผชิญปัญหาเชิงโครงสร้างหลายด้าน ทั้งต้นทุนการผลิตสูง ราคาปัจจัยการผลิตเพิ่มขึ้น ราคาผลผลิตที่ได้รับอยู่ในระดับต่ำ ปัญหาหนี้สิน การขาดแคลนแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร ตลอดจนความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติและการเข้าสู่สังคมเกษตรกรสูงอายุ โดยข้อมูลพื้นที่ปลูกข้าวของประเทศไทยปีการผลิต 2568/69 จากกรมส่งเสริมการเกษตร ซึ่งนำมาประกอบการเสนอข้อมูล พบว่ามีพื้นที่ปลูกข้าวนอกเขตชลประทานประมาณ 52,855,120.71 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 74.21 ของพื้นที่ปลูกข้าวทั้งหมด แสดงให้เห็นถึงข้อจำกัดด้านการเข้าถึงระบบชลประทานและความจำเป็นในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำอย่างจริงจังสำหรับแนวทางการบริหารจัดการข้าว สภาเกษตรกรแห่งชาติเสนอให้ส่งเสริมการจัดการบริหารจัดการพื้นที่เพาะปลูกตามศักยภาพและความเหมาะสม โดยพิจารณาปัจจัยด้านดิน แหล่งน้ำ ภูมิอากาศ ต้นทุนการผลิต และความต้องการของตลาด ควบคู่กับการจำแนกการผลิตข้าวออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ ข้าวเพื่อการบริโภค (Food Rice) ซึ่งมุ่งเน้นการผลิตข้าวคุณภาพดีสำหรับตลาดภายในประเทศและการส่งออก และ ข้าวเพื่ออุตสาหกรรม (Industrial Rice) ส่งเสริมการผลักดันการผลิตในพื้นที่ที่เหมาะสมกับการผลิตข้าวปริมาณมาก เพื่อใช้เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมแปรรูปและอุตสาหกรรมอาหารโดยคำนึงถึงความต้องการของภาคอุตสาหกรรมเป็นสำคัญขณะเดียวกัน เสนอให้ส่งเสริมการเข้าถึงเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพได้มาตรฐาน สนับสนุนสิทธิของชาวนาในการเข้าถึงและพัฒนาเมล็ดพันธุ์อย่างเป็นธรรม พร้อมส่งเสริมเทคโนโลยีและนวัตกรรมการเกษตรสมัยใหม่ ถ่ายทอดองค์ความรู้ รวมถึงสนับสนุนเครื่องจักรกลการเกษตรชุมชน ตลอดจนสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาพันธุ์ข้าวไทยควบคู่กับการอนุรักษ์พันธุ์ข้าวพื้นเมือง พร้อมผลักดันมาตรการลดต้นทุนการผลิตผ่านปัจจัยการผลิตราคายุติธรรม การใช้เครื่องจักรกลร่วมกัน และการเข้าถึงแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำในด้านการตลาด สภาเกษตรกรแห่งชาติเสนอให้ปรับปรุงกลไกบริหารจัดการข้าวในระดับพื้นที่ โดยพิจารณาสัดส่วนและศักยภาพการรับซื้อของโรงสีให้สอดคล้องกับปริมาณผลผลิตข้าว และศักยภาพการรับซื้อ กำหนดสัดส่วนการบริหารจัดการข้าวระหว่างโรงสีเอกชนกับองค์กรเกษตรกร เช่นสหกรณ์การเกษตรและกลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่ ตลอดจนส่งเสริมศักยภาพองค์กรเกษตรกรและสร้างกลไกตลาดที่เป็นธรรมเพื่อเพิ่มทางเลือกในการจำหน่ายข้าวลดการพึ่งพาผู้ประกอบการเพียงกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งอีกหนึ่งข้อเสนอสำคัญคือ ด้านการจัดสวัสดิการและความมั่นคงในอาชีพรวมถึงข้อเสนอแนะสำหรับการจัดตั้งกองทุนข้าว โดยให้มีการจัดตั้งกองทุนแบ่งปันผลประโยชน์ข้าว เพื่อเป็นกลไกสร้างความมั่นคงในอาชีพและกระจายผลประโยชน์กลับคืนสู่เกษตรกร โดยเสนอให้ศึกษาแหล่งรายได้ของกองทุนจากเงินทุนตั้งต้นและเงินสมทบรายปีจากรัฐบาล รวมถึงกลไกการจัดสรรรายได้ที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายข้าว เพื่อนำมาใช้สนับสนุนสวัสดิการเกษตรกร ทุนการศึกษาบุตรหลาน การพัฒนานวัตกรรมและการแปรรูปเพิ่มมูลค่าข้าว การสร้างหลักประกันรายได้ขั้นต่ำ ตลอดจนการจัดตั้งกองทุนเมล็ดพันธุ์ ซึ่งเป็นแนวทางที่ต้องศึกษารายละเอียดด้านกฎหมาย การเงิน และกลไกบริหารจัดการให้เหมาะสมต่อไปสำหรับประเด็นการศึกษาจัดทำกฎหมายว่าด้วยการข้าว สภาเกษตรกรแห่งชาติเสนอแนวคิดสำคัญใน “การเปลี่ยนระบบข้าวไทยจากระบบสงเคราะห์ ไปสู่ระบบสิทธิและการบริหารเชิงยุทธศาสตร์” โดยมองว่า ”ข้าว“ ไม่ใช่เพียงสินค้าเกษตร แต่เป็นทรัพยากรยุทธศาสตร์ของประเทศ และมองว่า ”ชาวนา“ ไม่ควรถูกมองเป็นเพียงผู้รอรับความช่วยเหลือ แต่เป็นผู้ประกอบการทางการเกษตรที่ควรได้รับสิทธิ ความเป็นธรรม และโอกาสในการพัฒนาอย่างยั่งยืนทั้งนี้ ข้อเสนอสำหรับการศึกษาจัดทำกฎหมายว่าด้วยข้าวประกอบด้วย การจัดตั้งฐานข้อมูลข้าวแห่งชาติ การกำหนดราคาที่สะท้อนต้นทุนจริง การส่งเสริมเกษตรกรรุ่นใหม่ (Young Smart Farmer) การจัดตั้งกองทุนแบ่งปันผลประโยชน์ข้าว การคุ้มครองสิทธิและสวัสดิการชาวนาเพื่อสร้างความมั่นคงในอาชีพ รวมถึงการส่งเสริมการจัดตั้งสถาบันเกษตรกรทั้งในระบบและนอกระบบ เพื่อให้เกิดกลไกการพัฒนาข้าวอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมทั้งห่วงโซ่การผลิต และสนับสนุนการกระจายผลประโยชน์อย่างเป็นธรรม ซึ่งการพิจารณาศึกษาการจัดทำกฎหมายว่าด้วยการข้าวถือเป็นประเด็นสำคัญต่อเกษตรกรผู้ปลูกข้าวทั่วประเทศ เนื่องจากเกี่ยวข้องกับโครงสร้างต้นทุนการผลิต การบริหารจัดการทรัพยากร การเข้าถึงเมล็ดพันธุ์คุณภาพ การกำหนดราคาที่เป็นธรรม ตลอดจนการสร้างหลักประกันด้านรายได้และความมั่นคงในการประกอบอาชีพ จึงจำเป็นต้องรับฟังความคิดเห็นจากเกษตรกรและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างครอบคลุม เพื่อให้แนวทางการจัดทำกฎหมายสอดคล้องกับสภาพปัญหาและความต้องการที่แท้จริงของภาคเกษตรกรรมสภาเกษตรกรแห่งชาติ ในฐานะองค์กรตัวแทนเกษตรกรตามกฎหมาย มีบทบาทสำคัญในการรวบรวมปัญหา ความต้องการ และข้อเสนอเชิงนโยบายจากเกษตรกร เพื่อนำไปสู่การพัฒนาภาคเกษตรและการคุ้มครองสิทธิของเกษตรกร โดยการมีสมาชิกสภาเกษตรกรแห่งชาติร่วมเป็นคณะอนุกรรมาธิการฯ ควบคู่กับการส่งผู้แทนเข้าร่วมให้ข้อมูลและข้อเสนอเชิงนโยบายในครั้งนี้ เป็นอีกช่องทางหนึ่งในการเชื่อมโยงความคิดเห็นของเกษตรกรเข้าสู่กระบวนการศึกษาของฝ่ายนิติบัญญัติ เพื่อให้การพิจารณาแนวทางบริหารจัดการข้าวและการจัดทำกฎหมายคำนึงถึงสภาพปัญหา ความต้องการ และผลกระทบต่อเกษตรกรอย่างรอบด้าน การนำเสนอข้อเสนอครั้งนี้จึงไม่เพียงมุ่งแก้ไขปัญหาราคาข้าวหรือมาตรการช่วยเหลือระยะสั้นเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับการวางรากฐานระบบข้าวไทยในระยะยาว เพื่อให้ชาวนามีสิทธิ มีส่วนร่วมในการกำหนดอนาคตอาชีพของตนเอง และได้รับประโยชน์จากการพัฒนาห่วงโซ่การผลิตข้าวอย่างเป็นธรรม อันจะนำไปสู่ความมั่นคงในอาชีพของชาวนาและความมั่นคงทางอาหารของประเทศ#สภาเกษตรกรแห่งชาติ#กฎหมายว่าด้วยการข้าว #ข้าวและชาวนาไทย#สวัสดิการชาวนา#พื้นที่ปลูกข้าว #ข้าว ...

Photo

View on Facebook (opens in a new tab)
· Share

Share on Facebook (opens in a new tab) Share on Twitter (opens in a new tab) Share on LinkedIn (opens in a new tab) Share by Email (opens in a new tab)

สภาเกษตรกรแห่งชาติ

8 hours ago

สภาเกษตรกรแห่งชาติ
สภาเกษตรกรแห่งชาติ แจง กมธ.เกษตรฯ ปม UPOV 1991 ชูเสียงเกษตรกรกว่า 3.22 แสนคำตอบ ไม่เห็นด้วย 99.56% เสนอชะลอแก้กฎหมายคุ้มครองพันธุ์พืช เร่งปกป้องสิทธิเมล็ดพันธุ์ไทยสภาเกษตรกรแห่งชาติ เข้าชี้แจงคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ สภาผู้แทนราษฎร ประเด็นความคืบหน้า UPOV 1991 เชื่อมโยงการเจรจา FTA ไทย–สหภาพยุโรป พร้อมนำเสนอผลรับฟังความคิดเห็นเกษตรกร 322,803 คำตอบ พบไม่เห็นด้วยร้อยละ 99.56 ห่วงสิทธิการเก็บเมล็ดพันธุ์ ต้นทุนการผลิต และความเสี่ยงต่อเกษตรกรรายย่อย เสนอชะลอการแก้ไข พ.ร.บ.คุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542 จนกว่าจะศึกษาผลกระทบอย่างรอบด้าน พร้อมผลักดัน 7 ข้อเสนอเชิงนโยบาย ยกระดับการคุ้มครองพันธุกรรมพืชพื้นเมืองและสร้างความมั่นคงด้านเมล็ดพันธุ์ของประเทศเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 ณ อาคารรัฐสภา นายนัยฤทธิ์ จำเล ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ มอบหมายให้นายประทีป ตระกูลสา สมาชิกสภาเกษตรกรแห่งชาติ ตัวแทนองค์กรเกษตรกรด้านเกษตรกรรมอื่น ๆ ประธานคณะกรรมการศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาผลกระทบจากการเข้าร่วมอนุสัญญา UPOV 1991 สภาเกษตรกรแห่งชาติและนายเทพ เพียมะลัง สมาชิกสภาเกษตรกรแห่งชาติ ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดเพชรบูรณ์ คณะกรรมการศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาผลกระทบจากการเข้าร่วมอนุสัญญา UPOV 1991 สภาเกษตรกรแห่งชาติ เข้าร่วมประชุมกับคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ สภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้ข้อมูล ข้อเท็จจริง และแสดงความคิดเห็นต่อประเด็นสำคัญที่เกี่ยวข้องกับภาคการเกษตรของประเทศ เรื่อง “ความคืบหน้าการดำเนินการเกี่ยวกับอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ ฉบับปี 1991 (UPOV 1991)” โดยสภาเกษตรกรแห่งชาติได้สะท้อนข้อห่วงใยของเกษตรกรไทย และเสนอแนวทางการดำเนินงานที่คำนึงถึงผลประโยชน์ของภาคเกษตรกรรมอย่างรอบด้านสำหรับการประชุมครั้งนี้สืบเนื่องจากคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ ได้กำหนดพิจารณาความคิดเห็นเกี่ยวกับการดำเนินการตามอนุสัญญา UPOV 1991 เพื่อประกอบการพิจารณาติดตามความคืบหน้าการดำเนินการและผลการเจรจาความตกลงการค้าเสรี (FTA) ระหว่างประเทศไทยกับสหภาพยุโรป (EU) รอบที่ 10 ระหว่างวันที่ 28 กันยายน – 6 ตุลาคม 2569 รวมถึงแนวทางการกำหนดท่าทีของประเทศไทย ข้อผูกพันที่อาจเกิดขึ้น และแนวทางการดำเนินการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยคณะกรรมาธิการฯ ได้มอบหมายให้สภาเกษตรกรแห่งชาติ แสดงความคิดเห็นและข้อมูลเกี่ยวกับประโยชน์ ผลกระทบ ข้อเสนอแนะ และข้อกังวลต่อการเข้าร่วมอนุสัญญา UPOV 1991 เพื่อประกอบการพิจารณาทั้งนี้ สภาเกษตรกรแห่งชาติได้ดำเนินการศึกษาและรวบรวมข้อมูลด้านกฎหมาย นโยบายการเกษตร และข้อคิดเห็นของเกษตรกรเกี่ยวกับ UPOV 1991 อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การพิจารณาตั้งอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริงและข้อมูลที่ครอบคลุม โดยเฉพาะความสมดุลระหว่างการส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาพันธุ์พืชใหม่ การคุ้มครองสิทธิของนักปรับปรุงพันธุ์พืช และการรักษาสิทธิของเกษตรกรในการเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากทรัพยากรพันธุกรรมพืชเปิดผลรับฟังความคิดเห็น 322,803 คำตอบ ไม่เห็นด้วย UPOV 1991 ร้อยละ 99.56ในการให้ข้อมูลต่อคณะกรรมาธิการฯ ผู้แทนสภาเกษตรกรแห่งชาติได้นำเสนอผลการเปิดรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับ UPOV 1991 ซึ่งมีคำตอบทั้งหมด 322,803 คำตอบ แบ่งเป็น ไม่เห็นด้วย 321,397 คำตอบ คิดเป็นร้อยละ 99.56 เห็นด้วย 1,198 คำตอบ คิดเป็นร้อยละ 0.37 และยังไม่แน่ใจ 208 คำตอบ คิดเป็นร้อยละ 0.06จากผลการรับฟังความคิดเห็นสะท้อนให้เห็นถึงข้อห่วงใยของผู้เข้าร่วมแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก โดยเฉพาะความกังวลว่าการเข้าร่วมอนุสัญญาอาจส่งผลต่อสิทธิในการเก็บรักษาและนำเมล็ดพันธุ์กลับมาใช้เพาะปลูก ตลอดจนการเข้าถึงเมล็ดพันธุ์และต้นทุนการผลิตของเกษตรกร ซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานสำคัญในการประกอบอาชีพและความมั่นคงทางอาหารของประเทศชี้ 6 ข้อกังวล หวั่นกระทบสิทธิเกษตรกรและการแข่งขันในระบบเมล็ดพันธุ์สภาเกษตรกรแห่งชาติได้นำเสนอข้อกังวลสำคัญ 6 ประเด็น ได้แก่ 1) ข้อจำกัดด้านสิทธิในการเข้าถึงและเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์ ซึ่งอาจทำให้ต้นทุนการผลิตของเกษตรกรเพิ่มสูงขึ้น 2) ความเสี่ยงทางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นกับเกษตรกร 3) ความชัดเจนในการร่างข้อกฎหมาย4) ประชาชนยังสับสนและการขาดความเข้าใจ5) ความหลากหลายทางชีวภาพหายไป และ 6) ความกังวลต่อการผูกขาดตลาดเมล็ดพันธุ์ ซึ่งอาจส่งผลให้เกษตรกรและผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อมเสียเปรียบในการแข่งขันโดยผู้แทนสภาเกษตรกรแห่งชาติได้เสนอให้ชะลอการแก้ไขพระราชบัญญัติคุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542 ออกไปก่อน เพื่อให้มีการศึกษาผลกระทบและพิจารณารายละเอียดทางกฎหมายอย่างรอบคอบ ควบคู่กับการเร่งดำเนินมาตรการคุ้มครองทรัพยากรพันธุกรรมพืชของประเทศให้มีความชัดเจน ชู 7 ข้อเสนอเชิงนโยบาย วางรากฐานระบบเมล็ดพันธุ์ไทยสำหรับข้อเสนอเชิงนโยบายที่นำเสนอต่อคณะกรรมาธิการฯ สภาเกษตรกรแห่งชาติได้ให้ความสำคัญกับ 7 แนวทาง ได้แก่ 1. ให้หน่วยงานของรัฐขึ้นทะเบียนพันธุ์พืชพื้นเมืองและพันธุ์พืชป่าเพื่อประโยชน์สาธารณะโดยเร่งด่วน2. ให้รัฐบาลเป็นหน่วยงานหลักด้านการผลิต การจดสิทธิบัตรและให้เมล็ดพันธุ์เป็นสินค้าควบคุม และบริหารจัดการเมล็ดพันธุ์ 3. ให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นแหล่งผลิตเมล็ดพันธุ์ โดยการพัฒนาพันธุ์พืชผ่านศูนย์วิจัยในภูมิภาคเป็นผู้ผลิต 4. ให้สภาเกษตรกรแห่งชาติเป็นหน่วยงานกลางในการรวบรวมข้อเสนอเพื่อปรับปรุง พระราชบัญญัติคุ้มครองพันธุ์พืช 5. ให้มหาวิทยาลัย และเครือข่ายร่วมวิจัย และให้คำปรึกษา 6. ให้รัฐบาลสนับสนุนงบประมาณด้านการวิจัยและผลิตเมล็ดพันธุ์เพื่อประโยชน์สาธารณะ 7. ควรมีงานวิจัยมารองรับ ทั้งนี้ ข้อเสนอเชิงนโยบายมีเป้าหมายให้ประเทศไทยมีระบบบริหารจัดการทรัพยากรพันธุกรรมพืชที่เข้มแข็ง สามารถส่งเสริมการพัฒนาพันธุ์พืชใหม่ควบคู่กับการคุ้มครองสิทธิของเกษตรกร โดยไม่ทำให้เกษตรกรรายย่อยต้องเผชิญกับภาระต้นทุนหรือข้อจำกัดทางกฎหมายที่ไม่เหมาะสมยกกรณีศึกษากะเพรา ความจำเป็นในการพัฒนาระบบวิจัยและคุ้มครองพันธุ์พืชอีกหนึ่งประเด็นที่สภาเกษตรกรแห่งชาติหยิบยกขึ้นประกอบการพิจารณา คือกรณีศึกษาการปรับปรุงพันธุ์กะเพรา ที่แสดงให้เห็นว่าประเทศไทยมีศักยภาพจุดแข็งด้านการวิจัยและพัฒนาพันธุ์พืช ทั้งจากมหาวิทยาลัยชั้นนำ นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง มีห้องปฏิบัติการและศูนย์วิจัยของมหาวิทยาลัย มีคลังเมล็ดพันธุ์ และเครือข่ายนักวิจัยทั้งในและต่างประเทศ แต่ยังมีข้อจำกัดด้านงบประมาณสนับสนุนจากภาครัฐ มหาวิทยาลัยต้องรับงานเอกชนเพื่อหางบประมาณ มหาวิทยาลัยขาดบุคลากรประจำห้องปฏิบัติการ และขาดข้อมูลจากสถานการณ์จริงระหว่างการวิจัย การอนุรักษ์ และการพัฒนา แสดงให้เห็นว่า ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่การพัฒนาพันธุ์พืชใหม่หรือการคุ้มครองสิทธิของนักปรับปรุงพันธุ์พืชเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การออกแบบกติกาและการสนับสนุนงานวิจัยให้เกิดความเป็นธรรม และ UPOV 1991 ให้สิทธิผู้ปรับปรับปรุงพันธุ์เข้มขึ้น จึงต้องมีฐานข้อมูลพันธุ์พื้นเมือง และงานวิจัยสาธารณะรับรอง และบทเรียนจากกรณีกะเพราคือต้องอาศัยความร่วมมือจากภาครัฐ มหาวิทยาลัย เอกชน ต้องมีกติกาแบ่งปันผลประโยชน์ที่โปร่งใส พันธุ์พื้นเมืองต้องได้รับการสำรวจและขึ้นทะเบียนเป็นฐานประโยชน์สาธารณะ และงบประมาณการวิจัยจากภาครัฐคือเงื่อนไขของความเป็นอิสระทางวิชาการทั้งนี้ สภาเกษตรกรแห่งชาติเห็นว่า การพิจารณาเข้าร่วม UPOV 1991 เป็นประเด็นสำคัญที่มีความละเอียดอ่อนและเกี่ยวข้องกับหลายมิติ ทั้งข้อผูกพันทางการค้าระหว่างประเทศ การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา การวิจัยและพัฒนาพันธุ์พืช สิทธิของเกษตรกร และความมั่นคงด้านทรัพยากรพันธุกรรมพืชของประเทศ จึงจำเป็นต้องมีการศึกษาข้อมูลอย่างรอบด้าน และเปิดโอกาสให้ภาคส่วนที่เกี่ยวข้องมีส่วนร่วมในการกำหนดแนวทางที่เหมาะสม โดยการนำเสนอข้อคิดเห็นต่อคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ในครั้งนี้ จึงเป็นส่วนหนึ่งของการทำหน้าที่ของสภาเกษตรกรแห่งชาติในการสะท้อนเสียงและความต้องการของเกษตรกรเข้าสู่กระบวนการพิจารณานโยบายและกฎหมาย เพื่อให้การกำหนดท่าทีของประเทศไทยต่อ UPOV 1991 มีข้อมูลประกอบที่ครบถ้วน คำนึงถึงผลกระทบระยะยาว และรักษาสมดุลระหว่างการพัฒนานวัตกรรมทางการเกษตรกับการคุ้มครองสิทธิของเกษตรกรไทยอย่างเป็นธรรมและยั่งยืนท่านสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ drive.google.com/drive/folders/1BVmpvJQ1G2pvFxYlarHG1OqzErHkR0eW#สภาเกษตรกรแห่งชาติ #UPOV1991#เมล็ดพันธุ์#เกษตรกร ...

Photo

View on Facebook (opens in a new tab)
· Share

Share on Facebook (opens in a new tab) Share on Twitter (opens in a new tab) Share on LinkedIn (opens in a new tab) Share by Email (opens in a new tab)

สภาเกษตรกรแห่งชาติ

2 days ago

สภาเกษตรกรแห่งชาติ
🚩🚩ราคากลาง หรือ ตลาดสำคัญ ประจำวันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 ...
View on Facebook (opens in a new tab)
· Share

Share on Facebook (opens in a new tab) Share on Twitter (opens in a new tab) Share on LinkedIn (opens in a new tab) Share by Email (opens in a new tab)

โทรศัพท์ 0 2142 3901
โทรสาร 0 2143 7608
อีเมล saraban@nfc.mail.go.th

เกี่ยวกับองค์กร

»  ประวัติองค์กร
»  อำนาจหน้าที่
»  วิสัยทัศน์
»  โครงสร้างขององค์กร
»  สมาชิกสภาเกษตรกรแห่งชาติ
»  คณะกรรมการ
»  ผู้บริหาร
»  ติดต่อเรา

ข่าวสารและกิจกรรม

»  ข่าวประชาสัมพันธ์
»  ข่าวกิจกรรม
»  ประกาศรับสมัครงาน
»  ประกาศจัดซื้อจัดจ้าง

แผน-ผลการดำเนินงาน

»  ยุทธศาสตร์สภาเกษตรกรแห่งชาติ
»  แผนแม่บทเพื่อพัฒนาเกษตรกรรม
»  รายงานประจำปี
»  ข้อเสนอและผลงานคณะกรรมการฯ
»  แผนพัฒนาเกษตรกรรมระดับตำบลสู่เกษตรอุตสาหกรรม
»  งบการเงิน
»  การประเมิน ITA
»  การเลือกตั้ง

ข้อมูลเผยแพร่

»  สื่อมัลติมีเดีย
»  สื่อวิดีโอ
»  สื่อเสียง
»  สื่อสิ่งพิมพ์
»  ดาวน์โหลดเอกสาร

ร้องเรียนการทุจริตและประพฤติมิชอบ

เว็บลิงก์

»  สำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัด
»  หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

สถิติผู้ใช้งานเว็บไซต์

»  Total : 2538482
»  Today : 51
 
120 (อาคาร C) ชั้น 5 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร 10210
© 2560 สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ 2537 โดย สำนักงานสภาเกษตรกรแห่งชาติ | นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
 
 

  • Facebook

  • Youtube

  • Email

  • Conversation

สำนักงานสภาเกษตรกรแห่งชาติมีการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ (Cookies) เพื่อนำเสนอเนื้อหาที่ดีและมีประสิทธิภาพให้กับท่านมากยิ่งขึ้น โดยการเข้าใช้งานเว็บไซต์นี้ถือว่าท่านได้อนุญาต และยอมรับให้มีการใช้คุกกี้ตามนโยบายการใช้คุ้กกี้ของสำนักงานสภาเกษตรกรแห่งชาติ โดยสามารถศึกษารายละเอียดจาก นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

Allow
Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save