สภาเกษตรกรฯชี้เกษตรกรปรับตัวผลิตข้าวโพดคุณภาพให้ตรงความต้องการตลาด เพื่อให้เกิดเสถียรภาพราคา

นายเติมศักดิ์ บุญชื่น ประธานคณะกรรมการด้านพืชไร่ สภาเกษตรกรแห่งชาติ กล่าวว่า สถานการณ์การผลิตข้าวโพดของประเทศปีนี้ฤดูกาลผลิต 2560/2561 ผลผลิตอยู่ประมาณ 4.5 ล้านตัน จากมาตรการราคาที่รัฐบาลพยายามจะแก้ไขให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพด ทำให้สถานการณ์ข้าวโพดมีการบริหารการจัดการที่ชัดเจนและแน่นอน โดยกระทรวงพาณิชย์ได้ประสานความร่วมมือสภาเกษตรกรฯในเรื่องการหาข้อมูลในพื้นที่และประเด็นรับฟังความคิดเห็นจากปัญหาทั้งหมด และสภาเกษตรกรฯได้รวบรวมประเด็นปัญหาและสรุปให้กับกรรมการนโยบายบริหารข้าวโพดแห่งชาติโดยมีการขอความร่วมมือจตุภาคีและ 3 ประสาน ซึ่งจะแยกประเภทข้าวโพดออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ ส่วนที่ 1 ปลูกในพื้นที่มีเอกสารสิทธิ์ ส่วนที่ 2  ปลูกในพื้นที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ ส่วนที่ 3 การส่งออก     สรุปประเด็นได้ว่า ผู้ประกอบการท้องถิ่นต้องขึ้นทะเบียนกับกระทรวงพาณิชย์ และแจ้งสถานที่ ปริมาณผลผลิตที่ครอบครองหรือรับซื้อตั้งแต่ 50 ตันต่อเดือนขึ้นไป เกษตรกรที่อยู่ในพื้นที่เอกสารสิทธิ์และไม่มีเอกสารสิทธิ์จะต้องขึ้นทะเบียนกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และมีการบริหารการจัดการร่วมกัน โดยกระทรวงพาณิชย์แจ้งราคาให้กับผู้ประกอบการอาหารสัตว์รับซื้อข้าวโพดในราคากิโลกรัมละ 8 บาท ส่งมอบ ณ กรุงเทพฯ ซึ่งจะสร้างความเป็นธรรมให้กับเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดในพื้นที่ ราคามีเสถียรภาพและเป็นไปตามกลไกของตลาดตามคุณภาพของข้าวโพดที่เกิดขึ้นภายในท้องถิ่นนั้นๆ โดยทางสภาฯจะรับเรื่องร้องเรียนกรณีผู้ประกอบการรับซื้อข้าวโพดในราคาที่ไม่เป็นธรรมแล้วเสนอไปที่กระทรวงพาณิชย์เพื่อขึ้นทะเบียนแบล็กลิสต์ ซึ่งในภาพรวมจะทำให้สถานการณ์ข้าวโพดและการบริหารจัดการข้าวโพดดีขึ้น ในด้านการแก้ปัญหาราคาข้าวโพดตกต่ำอย่างยั่งยืนด้วยการขึ้นทะเบียนจะทำให้เห็นปริมาณข้าวโพดที่มีอยู่ในประเทศทั้งหมดว่าผลผลิตในประเทศไทยออกช่วงไหน และเกษตรกรต้องปรับตัวผลิตข้าวโพดคุณภาพตามที่ตลาดต้องการอย่างไร ระบบตรงนี้เป็นการซื้อขายโดยการเชื่อมโยงกลุ่มเกษตรกรที่มาขึ้นทะเบียนและรวบรวมผลผลิตส่ง เป็นการบริหารไม่ให้กระจุกตัวทำให้ราคามีเสถียรภาพเพิ่มมากขึ้น ประกอบกับรัฐบาลส่งเสริมให้กลุ่มผู้รวบรวมผลผลิตสามารถรวบรวมแล้วส่งข้าวโพดที่มีคุณภาพตรงกับความต้องการของโรงงานอุตสาหกรรมเป็นช่วงๆ ทำให้ข้าวโพดไม่ไหลสู่ในระบบมากจนเกินไป ทำให้ราคาข้าวโพดเกิดราคาเสถียรภาพราคาอย่างยั่งยืนในอนาคต “ ตอนนี้สถานการณ์การผลิตข้าวโพดของประเทศไทยโดยเฉพาะในพื้นที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ […]

สภาเกษตรกรฯหนุนขยายระบบ Thai PGS สร้างอิสระความรับผิดชอบร่วมกันมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ไทย

นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ กล่าวว่า สภาเกษตรกรได้มีการจัดเวทีแนวทางการจัดทำระบบรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วมของไทย (Thai PGS) เพื่อทำความเข้าใจสร้างกลไก กระบวนการในการขับเคลื่อนการรับรองเกษตรอินทรีย์ซึ่งเป็นระบบที่เกษตรกรรวมกันเป็นเครือข่าย ติดตามตรวจสอบซึ่งกันและกันเอง โดยสภาเกษตรกรฯเป็นองค์กรกลางทำหน้าที่ในการสร้างความร่วมมือของทุกภาคส่วนกำกับให้ข้อมูล ความรู้ทางวิชาการ ระบบนี้จะทำให้เกษตรกรทั้งองค์กรยกระดับการผลิตตัวเองขึ้นมา และมีการช่วยกันดูแล สอดส่องสมาชิกในองค์กรของตนเอง ทำการผลิตการเกษตรให้อยู่ในมาตรฐานที่ตรงกัน หากเกษตรกรรายใดไม่ทำตามมาตรฐานที่ตกลงกันไว้ก็จะถูกตำหนิหรือแม้กระทั่งถูกไล่ออกจากกลุ่มได้ โดยคาดหวังว่าระบบเกษตรอินทรีย์ Thai PGS นี้จะสามารถเป็นระบบหลักอีกหนึ่งระบบในประเทศควบคู่กับระบบเกษตรอินทรีย์ของราชการและมกอช. ด้านนายธีระ  วงษ์เจริญ ประธานคณะกรรมการด้านเกษตรตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง สภาเกษตรกรแห่งชาติ ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า ระบบ PGS เป็นการรับรองโดยชุมชนทำหน้าที่รับรองกันเอง กำหนดกฎ กติกาของตัวเองไม่ให้ต่ำกว่ามาตรฐานอื่นที่มีอยู่ทั้ง IFOAM หรือ USDA  ซึ่งระบบ PGS มีการเชื่อมโยงในผลผลิตการเกษตร ตรวจสอบกันทุกวัน ด้วยชุมชนเป็นสังคมระบบเครือญาติ สังคมระบบอุปถัมภ์จะเห็นกันหมด ใครใช้สารเคมีมาตรการทางสังคมจะเข้ามาตรวจสอบ เพราะฉะนั้นความผิดพลาดจะมีเปอร์เซ็นต์น้อยมาก แล้วเชื่อว่า PGS จะเป็นเครื่องมือหนึ่งที่จะสร้างความเข้มแข็งให้นักเกษตรอินทรีย์ได้ ซึ่งสภาเกษตรกรแห่งชาติให้ความสำคัญเรื่องนี้อย่างมากและมอบหมายให้คณะกรรมการเกษตรตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการ ซึ่งคณะกรรมการฯได้จัดการประชุมมาแล้ว 4  ครั้ง เพื่อที่จะสร้างการรับรองใหม่ขึ้นมาคือ Thai PGS ให้เป็นมาตรฐานของไทย การเชื่อมโยงในธุรกิจของ PGS […]

สภาเกษตรกรฯมองภาครัฐไม่บูรณาการงานกัน ระบบจัดการปาล์มน้ำมันจึงยังไม่พร้อมใช้

นายพันศักดิ์ จิตรรัตน์ ประธานคณะกรรมการด้านปาล์มน้ำมันและพืชพลังงาน สภาเกษตรกรแห่งชาติ  เปิดเผยว่า จากผลวิเคราะห์ภาวะเศรษฐกิจการเกษตรของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.)สินค้าที่ราคาปรับตัวลดลงประจำเดือนตุลาคม 2560 พบว่า ลดลงร้อยละ 2.42 จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา  หนึ่งในนั้นรวมถึงปาล์มน้ำมัน โดยลดลงเนื่องจากภาวะการค้ายังชะลอตัวและสต็อกน้ำมันอยู่ในเกณฑ์สูง ขณะที่ดัชนีผลผลิตปรับตัวเพิ่มขึ้น  สำหรับสถานการณ์ของปาล์มน้ำมันนั้นส่วนตัวมองว่าระบบการจัดการยังไม่พร้อม ด้วยหน่วยงานของรัฐที่ทำหน้าที่ต่างๆ ยังไม่บูรณาการงานเข้าด้วยกันเช่น ฐานข้อมูลพื้นที่ , ผลผลิต , ผลผลิตน้ำมันปาล์มดิบ (Crude Palm Oil : CPO)  หากไม่รู้ข้อมูล ณ ปัจจุบันที่ชัดเจนแน่นอน พอจะนำไปใช้การจัดการจะเป็นปัญหา เรื่องต่างๆที่เกี่ยวข้องก็จะไม่ถูกต้องและไม่เป็นระบบ  เช่น การนำน้ำมันปาล์มไปใช้ในส่วนพลังงานสำหรับการผลิตน้ำมันดีเซล B5 หรือ B7 อย่างไรให้เหมาะสมกับสต็อค CPO เป็นต้น    ในส่วนการปรับปรุงร่างพระราชบัญญัติปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์ม พ.ศ….. เพื่อนำเสนอต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาตินั้น ประเด็นที่ทางสภาเกษตรกรแห่งชาติจะนำเสนอที่สำคัญสุดคือ มาตรา 14 ในส่วนของอำนาจหน้าที่ ซึ่งเดิมแล้วสภาเกษตรกรฯได้เขียนไว้ในฉบับร่างพระราชบัญญัติปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์ม พ.ศ…..ว่าคณะกรรมการปาล์มน้ำมันแห่งชาติมีอำนาจหน้าที่ในการดำเนินการ แต่ในร่างพ.ร.บ.ฉบับที่คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติมีแค่ส่วนของหน้าที่เท่านั้นไม่มีอำนาจในการดำเนินการแต่อย่างใด ส่วนประเด็นอื่นจะนำเสนอในหลักการ  ทั้งนี้ สิ่งสำคัญสำหรับเกษตรกรเรื่องการผลิตปาล์มน้ำมันต้องจัดการให้เป็นปาล์มคุณภาพและทำปาล์มที่ถูกหลักเพื่อการเพิ่มผลผลิตและปริมาณน้ำหนัก […]

“ประพัฒน์”เตรียมเสนอยุทธศาสตร์สร้างความมั่นคงและเข้มแข็งของเกษตรกรและภาคชนบทในประชุมยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี 21 พ.ย.นี้

นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ เปิดเผยว่า  คณะทำงานจัดทำยุทธศาสตร์ด้านการเกษตร  สภาเกษตรกรแห่งชาติ ได้จัดการประชุม 3 ครั้ง เพื่อพิจารณากรอบจัดทำยุทธศาสตร์สร้างความมั่นคงและเข้มแข็งของเกษตรกรและภาคชนบท เพื่อเสนอในที่ประชุมยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีในวันอังคารที่ 21 พฤศจิกายน 2560 นี้ ภายใต้วิสัยทัศน์ “ฐานรากของชาติมั่นคง  เศรษฐกิจของประชาชนมั่งคั่ง  ด้วยการพัฒนาอย่างยั่งยืน” ในหลักการ ลดช่องว่างทางเศรษฐกิจและความเหลื่อมล้ำทางสังคม ด้วยแนวทาง “การเติบโตอย่างมีส่วนร่วม” เป้าหมายของยุทธศาสตร์คือต้องการให้ภาคเกษตรหลุดพ้นจากการพึ่งพารัฐ  และเติบโตเป็นพลังขับเคลื่อนสำคัญในการนำพาชาติให้ก้าวข้ามกับดักรายได้ปานกลางของประเทศ โดยมีแนวนโยบายและระบบบริหารจัดการภาครัฐที่เอื้อต่อการบรรลุเป้าหมายทางยุทธศาสตร์ และมีกระบวนการส่งเสริมแบบใหม่ ที่เน้นการยกระดับเกษตรกรให้เป็นผู้ประกอบการเกษตร ด้วยข้อเสนอยุทธศาสตร์หลัก 5 ข้อคือ 1.ปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจฐานราก  2.การเชื่อมโยงความสามารถของเกษตรกรและการเข้าถึงฐานทรัพยากร  3.การพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ (bio economy) และความหลากหลายทางชีวภาพ  4.การพัฒนาระบบความมั่นคงทางสังคมของชุมชนเกษตรกรรม  5.การปรับเปลี่ยนโครงสร้างเพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์   ซึ่งวิธีการสำคัญที่กำหนดเป็นแนวทางในยุทธศาสตร์ คือ ระบบการจัดการจากล่างสู่บนตั้งแต่ครัวเรือน ชุมชนท้องถิ่นตามสภาพภูมิสังคมขึ้นมา เพื่อให้เข้าถึงทรัพยากรในการผลิตที่ใช้ฐานความรู้จากนวัตกรรมเทคโนโลยีผสานกับภูมิปัญญาท้องถิ่นนำสู่เกษตรกรเป็นผู้ประกอบการขนาดย่อม และองค์กรเกษตรกรเป็นผู้ประกอบการขนาดกลางด้านอาหาร ที่อยู่อาศัย สุขภาพ พลังงาน  ภาครัฐต้องปรับเปลี่ยนบทบาทจากการควบคุมและกำหนด เป็นการกำกับและสนับสนุน  สร้างระบบสนับสนุนด้านนโยบาย ข้อมูล ระบบกองทุน […]

สภาเกษตรกรฯนำความสำเร็จสู่มือเกษตรกรด้วยการใช้นวัตกรรมทำการเกษตรของกระทรวงวิทย์ฯ

นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ กล่าวว่า จากการที่กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้ร่วมขับเคลื่อนแผนแม่บทเพื่อพัฒนาเกษตรกรรมร่วมกับสภาเกษตรกรแห่งชาติในโครงการพัฒนาเกษตรกรด้วยวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรม ในปีงบประมาณ 2560 ที่ผ่านมา ได้รับความอนุเคราะห์จากทางรัฐมนตรีส่งนักวิจัยเข้ามาช่วยหลายเรื่อง และได้ผลดียิ่ง หน่วยงานหลักของกระทรวงวิทย์ฯ คือสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร(องค์การมหาชน)(สสนก.)ที่มุ่งเรื่องการจัดการน้ำ  สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย(วว.) ที่มุ่งเรื่องการนำงานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรม ไปพัฒนาการผลิต การแปรรูป   สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ(วช.) รวมทั้งสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ(สวทช.)  ในปีงบประมาณ 2561 จะมีการร่วมมือกันทำงานอย่างต่อเนื่อง และจะขยายผลให้ครอบคลุมไปถึงการผลิตในสาขาต่างๆ ทั้งพืชและปศุสัตว์ โดยเน้นการแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่ม โดยในการปฏิบัติงานนายเสน่ห์ วิชัยวงษ์ รองเลขาธิการสภาเกษตรกรแห่งชาติ ได้เปิดเผยว่า เมื่อปี 2560 สภาเกษตรกรฯได้ร่วมกับ สสนก.จัดตั้งศูนย์น้ำใน 20 สำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัด ซึ่งสามารถแจ้งข้อมูลข่าวสารด้านน้ำและสภาพภูมิอากาศถึงเกษตรกรในระดับหมู่บ้านซึ่งมีประโยชน์ในการวางแผนการผลิตได้ดี  สำหรับด้านงานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรม ได้ร่วมมือกับ วว.ดำเนินการใน 3 กิจกรรม  คือ เกษตรกรไฮเทค , การสร้างผู้ประกอบการธุรกิจเกษตร ,  และสร้างชุมชนเกษตรนวัตกรรม ผลงานที่เห็นเด่นชัดคือ  การพัฒนาให้กลุ่มวิสาหกิจชุมชนแม่บ้านโนนใน อ.ลานกระบือ จ.กำแพงเพชร  ลดต้นทุนการแปรรูปกล้วย […]

สภาเกษตรกรแห่งชาติเตรียมเสนอนายกรัฐมนตรีประกาศยางเป็นวาระแห่งชาติเพื่อกระตุ้นราคาที่วูบ

นายธีรพงศ์ ตันติเพชราภรณ์ ประธานคณะกรรมการด้านยางพารา สภาเกษตรกรแห่งชาติ กล่าวว่า จากสถานการณ์การเรียกร้องให้แก้ปัญหาราคายางตกต่ำของเกษตรกรผู้ปลูกยางที่ปัจจุบันอุณหภูมิร้อนแรงขึ้น สภาเกษตรกรแห่งชาติได้จัดประชุมคณะกรรมการด้านยางพารา เมื่อวันที่ 2 พ.ย.60 ณ ห้องประชุม 2 อาคารวชิรานุสรณ์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพื่อพิจารณาโดยฟังเสียงสะท้อนจากเกษตรกร องค์กรเกษตรกร สถาบันเกษตรกร บุคคลที่เกี่ยวข้อง  ภายหลังจากการประชุมได้ข้อสรุปตกผลึกเพื่อเสนอแนวทางแก้ไข 5 ข้อ คือ เสนอให้นายกรัฐมนตรีประกาศใช้ยางพาราในประเทศเป็นวาระแห่งชาติ ซึ่งจะทำให้หน่วยงานทุกกระทรวงวางเป็นแผนงานโครงการเพื่อใช้ยางพาราภายในประเทศมากขึ้น โดยนายกรัฐมนตรีอาจใช้ ม.44 ประกาศยกเว้น ซึ่งจะทำให้ภาครัฐสามารถใช้ยางพาราและผลิตภัณฑ์ภายในปีนี้ได้ทันท่วงทีในปริมาณที่เยอะขึ้น เสนอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์บังคับใช้กฎหมายเพื่อลดปริมาณการส่งออกหรือระงับการส่งออก ด้วย รมต.ก.เกษตรฯเป็นผู้ดูแล พ.ร.บ.ควบคุมยาง หากนำกฎหมายฉบับนี้มาใช้ก็จะเกิดประโยชน์ต่อเกษตรกรและสถานการณ์ราคายางในสภาวการณ์ปัจจุบันที่ตกต่ำอยู่ เสนอให้สร้างตลาดกลางยางพาราของประเทศไทย หรือไทยคอม ซึ่งจะเป็นตลาดกลางสำหรับซื้อ-ขายจริง เป็นตลาดจับคู่ระหว่างผู้เสนอขายและผู้ต้องการใช้หรือผู้เสนอซื้อ โดยตลาดนี้จะส่งผลให้เกิดประโยชน์กับเกษตรกรรายย่อยและสถาบันเกษตรกร เพราะในระบบตลาดนี้จะมีตลาดท้องถิ่นอยู่ด้วย เสนอให้ กยท.ยกเลิกบริษัทร่วมทุน เนื่องจากไม่สามารถก่อให้เกิดประโยชน์กับเกษตรกรรายย่อยและกลุ่มเกษตรกร เสนอให้รัฐบาลสนับสนุนกลุ่มเกษตรกรเพื่อพัฒนาองค์กรเข้าสู่เกษตรอุตสาหกรรมทั้งขนาดเล็กและใหญ่เพื่อสร้างความยั่งยืนให้เกษตรกรสวนยาง และเขยิบจากขายวัตถุดิบเป็นขายผลิตภัณฑ์ซึ่งจะสร้างมูลค่าเพิ่มและความเป็นอยู่ที่ดีให้เกษตรกร โดยทั้ง 5 แนวทางจะเสนอประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติลงนามและนำส่งหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ต่อไป ทั้งนี้ แนวทางในการแก้ปัญหาตามข้อ 1 และ 2 นั้นถ้ารัฐบาลนำไปใช้เลยก็จะส่งผลต่อการปรับตัวราคายางให้เพิ่มมากขึ้น ส่วนการบังคับใช้กฎหมายหากภาคเอกชนไม่สามารถผลักดันราคาให้สูงกว่าต้นทุนเกษตรกรได้ก็ไม่ควรส่งออกจะต้องกระเตื้องราคาขึ้นก่อนเพื่อส่งออกได้  […]

สภาเกษตรกรฯสำรวจปัญหาและความต้องการพัฒนาภาคเกษตรที่แท้จริงของเกษตรกร

              นายเสน่ห์ วิชัยวงษ์ รองเลขาธิการสภาเกษตรกรแห่งชาติ ได้กล่าวถึงการสำรวจข้อมูลสภาพปัญหาและความต้องการในการพัฒนาของเกษตรกร ว่าเมื่อ 2 ปีที่แล้วประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติมีนโยบายที่จะพัฒนาภาคเกษตรจากเกษตรกรผู้ขายวัตถุดิบไปเป็นอุตสาหกรรม จึงเป็นแนวทางให้สภาฯได้จัดทำแผนพัฒนาตำบลในทุกตำบลโดยเริ่มต้นที่อำเภอละ 1 ตำบล

สำนักงานสภาเกษตรกรแห่งชาติเข้าหารืออธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน

เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2560 ณ ห้องประชุม ชั้น 5 กรมการพัฒนาชุมชน ว่าที่ร้อยตรีสมพูนทรัพย์ กล้าวิกรณ์ เลขาธิการสภาเกษตรกรแห่งชาติ พร้อมคณะผู้บริหารเข้าพบนายอภิชาติ  โตดิลกเวชช์ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เพื่อหารือความร่วมมือภายใต้ประเด็น การบูรณาการในการทำงาน -จัดทำแผนพัฒนาเกษตรกรรมตำบล -จัดทำฐานข้อมูลด้านเกษตรกรรม -การสร้างสัมมาชีพชุมชนระดับหมู่บ้าน/ตำบล -การแก้ปัญหาคนในครัวเรือนมีรายได้ต่ำกว่าเกณฑ์ จปฐ. โดยจะมีการจัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกันในการดำเนินงานดังกล่าว …………………………………………… ข่าว   : วัฒนรินทร์ สุขีวัย ภาพ  : บุษกร กิจโป้

เพราะไม่รู้กฎหมายจะอยู่ยาก สภาเกษตรกรฯจึงร่วมกับกระทรวงยุติธรรมเผยแพร่กฎหมายให้เกษตรกร

ในการประชุมสภาเกษตรกรแห่งชาติ ครั้งที่ 6/2560 เมื่อวันที่ 17 ต.ค.60 ได้มีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเผยแพร่กฎหมายสู่เกษตรกรระหว่างสำนักงานสภาเกษตรกรแห่งชาติ โดยว่าที่ร้อยตรีสมพูนทรัพย์ กล้าวิกรณ์ เลขาธิการสภาเกษตรกรแห่งชาติ  กับสำนักงานกิจการยุติธรรม กระทรวงยุติธรรม โดยนายวัลลภ นาคบัว ผู้อำนวยการสำนักงานกิจการยุติธรรม  กระทรวงยุติธรรม  เพื่อเป็นการสร้างการรับรู้ให้แก่ประชาชนและหน่วยงานของรัฐ เพื่อเป็นกรอบทิศทางในการสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมให้แก่เกษตรกร ประชาชน  โดยพัฒนารูปแบบ วิธีการประชาสัมพันธ์ เผยแพร่ความรู้ทางกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมอย่างมีประสิทธิภาพ เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย และปลูกฝังการสร้างจิตสำนึกในการเคารพและปฏิบัติตามกฎหมาย อันนำไปสู่เป้าหมายในการสร้างการรับรู้ให้แก่ประชาชนและหน่วยงานของรัฐ ได้อย่างทั่วถึงและพอเพียง อันจะส่งผลให้ประชาชนสามารถดำรงชีวิตในสังคมได้อย่างมีความสุข ภายหลังการลงนามความร่วมมือว่าที่ร้อยตรีสมพูนทรัพย์ได้กล่าวว่า การลงนามความร่วมมือในครั้งนี้จะสามารถแก้ปัญหาความไม่รู้ไม่เข้าใจกฎหมายของเกษตรกร ปัญหาการไม่ได้รับความยุติธรรม โดยวิธีการคือสำนักงานกิจการยุติธรรมจะนำสาระสำคัญของกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเกษตรกรมาดำเนินการผลิตสื่ออย่างง่ายมอบให้สำนักงานสภาเกษตรกรแห่งชาตินำไปสื่อสารถึงเกษตรกร ซึ่งสภาเกษตรกรมีเครือข่ายในพื้นที่ทั้งระดับหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ นอกจากนั้นจะมีการสำรวจความต้องการรับรู้ของเกษตรกรว่ากฎหมายใดที่จำเป็นต้องใช้เพื่อแจ้งให้สำนักงานกิจการยุติธรรมนำไปทำสื่อเพื่อสร้างการรับรู้ให้กับเกษตรกรอย่างสอดคล้องกับความจำเป็นความต้องการ การใช้ชีวิตในปัจจุบันหากไม่รู้กฎหมายจะอยู่ยาก สับสน ด้านนายวัลลภ นาคบัว ผู้อำนวยการสำนักงานกิจการยุติธรรม กระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการสร้างการรับรู้ของพี่น้องเกษตรกรซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายกลุ่มหนึ่งที่มีความสำคัญยิ่ง ด้วยเกษตรกรมีโอกาสในการทำสัญญาต่างๆ เช่น กู้เงิน จำนอง ขายฝาก เกษตรพันธสัญญา และอื่นๆ หากไม่รู้ซึ่งข้อกฎหมายที่จำเป็นอาจเกิดความผิดพลาดได้ การลงนามครั้งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่ทางกระทรวงยุติธรรมเองจะได้มีเป้าหมายในการเผยแพร่กฎหมายที่ชัดเจนมากขึ้น ดีกว่าที่จะคิดไปเองว่าเกษตรกรต้องการอะไรซึ่งอาจไม่ตรงกับความต้องการ …………………………………………………………. ข่าว […]

1 10 11 12 13 14