2 หน่วยงานหารือร่วมสร้าง “อุตสาหกรรมชุมชน”

นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติพร้อมคณะผู้บริหารเข้าพบนายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมพร้อมคณะผู้บริหาร เพื่อหารือความร่วมมือในการขับเคลื่อนแผนแม่บทเพื่อพัฒนาเกษตรกรรมสู่การปฏิบัติ ณ ห้องประชุมชุณหะวัณ ชั้น 3 กระทรวงอุตสาหกรรม เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2560 โดยภายหลังการเข้าหารือ นายประพัฒน์ได้กล่าวว่า ตามที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบ “แผนแม่บทเพื่อพัฒนาเกษตรกรรม พ.ศ.2560-2564” ที่สภาเกษตรกรแห่งชาติเสนอ และมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับไปบูรณาการกับแผนงานของแต่ละหน่วยงาน ซึ่งกระทรวงอุตสาหกรรมเป็นหน่วยงานหนึ่งที่มีบทบาทสำคัญในการร่วมขับเคลื่อนแผนแม่บท สภาเกษตรกรฯ ในฐานะเป็นองค์กรตัวแทนของเกษตรกรสาขาอาชีพต่าง ๆ จึงได้ขอเข้าพบรัฐมนตรีว่าการและคณะผู้บริหารของกระทรวงอุตสาหกรรมเพื่อร่วมพิจารณาหารือกำหนดแนวทางบูรณาการความร่วมมือในการขับเคลื่อนแผนแม่บทเพื่อพัฒนาเกษตรกรรม พ.ศ.2560-2564 สู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งแนวทางการดำเนินงานที่สภาเกษตรกรฯ ได้นำเสนอกับกระทรวงอุตสาหกรรม คือ การพัฒนาให้เกษตรกรพึ่งตนเองได้ โดยปรับเปลี่ยนจากผู้ผลิตขายวัตถุดิบให้เป็นผู้ประกอบการหรือที่เรียกว่าเกษตรอุตสาหกรรม ที่สามารถเชื่อมโยงจากการผลิตสู่การแปรรูปอย่างสอดคล้องกับความต้องการของตลาด ซึ่งกระทรวงอุตสาหกรรมได้ตอบรับและกำหนดแนวทางปฏิบัติงานอย่างเป็นรูปธรรมด้วยการจัดตั้งคณะทำงานร่วมกัน คณะทำงานนี้จะมีผู้แทนสภาเกษตรกรทำหน้าที่ชี้เป้าหมายเกษตรกรหรือองค์กรเกษตรกรที่มีความพร้อม แล้วให้กระทรวงอุตสาหกรรมบูรณาการหน่วยงานนำความรู้  , เงินทุน เทคโนโลยี ลงไปส่งเสริมสนับสนุน และทั้งสองหน่วยงานเห็นตรงกันว่าให้เป็น “อุตสาหกรรมชุมชน” โดยจะเริ่มต้นดำเนินการเฉพาะจุดที่มีความพร้อม ไม่ทำงานแบบวงกว้าง  ทั้งนี้ เมื่อชี้เป้าหมายถูกต้องระบบการพัฒนาตรงตามความต้องการเป็นลักษณะ “ยิงถูกเป้าเกาถูกที่”  จึงเป็นที่หวังได้ว่าย่อมเกิดผลอย่างแท้จริง เมื่อทำได้เศรษฐกิจระดับฐานรากจะขับเคลื่อนทำให้ประเทศเกิดการพัฒนาอย่างมั่นคง ยั่งยืน สำหรับข้อจำกัดที่เป็นกฎระเบียบของกระทรวงอุตสาหกรรมอันทำให้เกษตรกรหรือองค์กรเกษตรกรไม่สามารถดำเนินการตามนี้ได้นั้น รัฐมนตรีได้แจ้งในการหารือว่าให้แต่ละหน่วยงานไปรวบรวมเพื่อขอแก้ไขทั้งระบบ ……………………………………………………………………….. […]

สภาเกษตรกรแห่งชาติเข้าหารือรมต.กระทรวงอุตสาหกรรม

วันนี้ (31 สิงหาคม 2560) นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ พร้อมคณะผู้บริหารเข้าพบ นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมพร้อมคณะผู้บริหาร เพื่อหารือความร่วมมือในการขับเคลื่อนแผนแม่บทเพื่อพัฒนาเกษตรกรรมสู่การปฏิบัติ ณ ห้องประชุมชุณหะวัณ ชั้น 3 กระทรวงอุตสาหกรรม

ร่างพรบ.ส่งเสริมกิจการโคเนื้อแห่งประเทศไทย เพื่อเพิ่มพลัง ศักยภาพ มั่นคงให้เกษตรกรโคบาล

นายสมศักดิ์ คุณเงิน รองประธานคณะกรรมการด้านปศุสัตว์ สภาเกษตรกรแห่งชาติ กล่าวว่า ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีผลผลิตด้านเกษตรกรรมอยู่ในลำดับต้นๆ ของโลก ผลผลิตการเกษตรมีทั้งบริโภคภายในประเทศ และส่งออกไปต่างประเทศ นำเงินตราเข้าประเทศไทยจำนวนมากสินค้าเกษตรกรด้านพืช ด้านประมงล้วนมีกฎหมายหลายฉบับดูแล ควบคุม  แต่ด้านปศุสัตว์โดยเฉพาะอย่างยิ่งโคเนื้อและเนื้อโค ขณะนี้ยังไม่มีกฎหมายเป็นการเฉพาะในการส่งเสริมพัฒนา ทั้งๆ ที่โคเนื้อเป็นอาหารที่คนไทยจำนวนมากนิยมบริโภค แต่การเลี้ยงโคเนื้อกลับลดลงไปเรื่อยๆ ทำให้ต้องนำเข้าเนื้อโคจากต่างประเทศ และเนื้อโคที่ผลิตในประเทศไทยก็มีราคาสูงกว่าบางประเทศ ทำให้เสียโอกาสในการแข่งขัน เห็นจำเป็นว่าควรมีองค์กรขึ้นมาเพื่อการส่งเสริมกิจการโคเนื้อเป็นการเฉพาะ  คณะกรรมการด้านปศุสัตว์  สภาเกษตรกรแห่งชาติจึงได้ยกร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมกิจการโคเนื้อแห่งประเทศไทย พ.ศ. …. ขึ้นมาเพื่อเป็นองค์กรด้านโคเนื้อโดยเฉพาะ เพื่อจะได้ทำหน้าที่ขับเคลื่อน และพัฒนาอาชีพการเลี้ยงโคเนื้อของเกษตรกรต่อไป โดยร่าง พรบ.ดังกล่าวประกอบไปด้วยส่วนสำคัญ คือ 1.คณะกรรมการส่งเสริมกิจการโคเนื้อแห่งประเทศไทย ทำหน้าที่กำหนดนโยบายและยุทธศาสตร์ หลักเกณฑ์ วิธีการ ข้อบังคับ ระเบียบการส่งเสริมกิจการโคเนื้อ ฯ  2.องค์การส่งเสริมกิจการโคเนื้อแห่งประเทศไทย ทำหน้าที่ ส่งเสริม ดำเนินการเลี้ยงโคเนื้อทั้งในและต่างประเทศ เช่น กระบวนการเพาะพันธุ์ โรงเรือน การตลาด การวิจัย เป็นต้น รักษาเสถียรภาพด้านราคา การฝึกอบรมบุคคลให้มีความรู้ ความชำนาญและทักษะในการเลี้ยง วางแผนธุรกิจ ฯลฯ 3. กองทุนรักษาเสถียรภาพด้านราคาโคเนื้อ […]

สภาเกษตรกรแห่งชาติขอความเห็นคนเลี้ยงสัตว์ จากร่างกฎกระทรวงระบบการป้องกันและควบคุมโรคระบาดสัตว์ พ.ศ…..

การประชุมสภาเกษตรกรแห่งชาติ ครั้งที่ 4/2560 เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2560 ในส่วนเรื่องเพื่อพิจารณาได้ให้ความเห็นต่อร่างกฎกระทรวงระบบการป้องกันและควบคุมโรคระบาดสัตว์ พ.ศ….. ที่ต้องการป้องกัน ควบคุมให้สัตว์ปลอดภัยจากโรค ซึ่งนายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ ได้กล่าวว่าร่างกฎกระทรวงระบบการป้องกันและควบคุมโรคระบาดสัตว์ พ.ศ….. อยู่ระหว่างการรับฟังความคิดเห็นพิจารณาในชั้นคณะกรรมการกฤษฎีกา และมีความเกี่ยวข้องกับเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์  ประชาชนทั่วไป สภาเกษตรกรแห่งชาติจึงได้นำมาพิจารณาโดยที่ประชุมเห็นว่ามีผลต่อวิถีชีวิตปกติของเกษตรกรรายย่อย เช่น การเลี้ยงกระบือ สุกร หมูป่า ต้องจัดให้มีอ่างน้ำยาฆ่าเชื้อโรค หรือมีรองเท้าสำหรับเปลี่ยนเมื่อเข้า – ออกคอกเลี้ยง หรือการเลี้ยงนก ไก่ เป็ด ห่าน เพื่อการบริโภคต้องมีเล้า โรงเรือนแยกออกจากตัวบ้านที่อยู่อาศัยของคน หรือการเลี้ยงสุนัข แมว ต้องเลี้ยงในพื้นที่ที่มีรั้วรอบขอบเขตชัดเจน  การนำไปในที่สาธารณะต้องมีสายจูง และปลอกคอ เพื่อให้ควบคุมได้ ตามที่ยกตัวอย่างในร่างกฎกระทรวงระบบการป้องกันและควบคุมโรคระบาดสัตว์ พ.ศ…..   หากกำหนดบังคับใช้จะเห็นว่าเกษตรกรที่เลี้ยงสัตว์ติดบ้านต้องปรับเปลี่ยนวิถีปกติ  การเลี้ยงต้องลงทุนสร้างโรงเรือนเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายให้กับเกษตรกร  ดังนั้น สภาเกษตรกรแห่งชาติจึงมอบให้สภาเกษตรกรจังหวัดทุกจังหวัดเผยแพร่ร่างกฎกระทรวงนี้ แล้วให้จัดประชุมเพื่อประมวลความเห็นส่งให้คณะกรรมการด้านปศุสัตว์  สภาเกษตรกรแห่งชาติรวบรวมพิจารณาเสนอความเห็นต่อกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ต่อไป โดยในระหว่างนี้ขอให้เกษตรกรรายย่อยที่เลี้ยงสัตว์แสดงความเห็นได้ที่เว็บไซต์ของกรมปศุสัตว์จนถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2560 ……………………………………………………….. ข่าว : […]

สภาเกษตรกรแห่งชาติอยากเห็นงานวิจัยข้าวที่ชาวนามีส่วนกำหนดหัวข้อและร่วมในงานวิจัย

   นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ กล่าวภายหลังเข้าร่วมประชุม “การปฏิรูประบบและพัฒนาข้าวไทย” ซึ่งจัดโดยคณะกรรมการศึกษาแนวทางการปฏิรูประบบและพัฒนาข้าวไทย มหาวิทยาลัยรังสิต เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2560 ที่ผ่านมา  ว่า  ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรังสิต พร้อมคณะผู้บริหาร และสภาเกษตรกรแห่งชาติโดยประธานสภาเกษตรกรจังหวัดภาคกลาง  ได้ร่วมหารือกันถึงแนวทางการพัฒนาข้าวไทย ซึ่งทางมหาวิทยาลัยรังสิตมีคณะนวัตกรรมเกษตร ศึกษาแนวทางพัฒนาคุณภาพข้าว มีงานวิจัยเพื่อลดต้นทุนการผลิตและการเพิ่มผลผลิตต่อไร่ การวิจัยข้าวเพื่อสุขภาพ ซึ่งเป็นเรื่องที่สภาเกษตรกรฯให้ความสนใจ มองว่าเป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรและจะนำไปสู่การร่วมมือกันอย่างเป็นทางการต่อไป   ทั้งนี้ สภาเกษตรกรฯ ได้เสนอทิศทางการพัฒนาข้าวไทยควรต้องหนีคู่แข่งให้ได้ ต้องไม่ผลิตข้าวแบบเดิมอย่างที่เป็นมา   ต้องดูคู่แข่งการตลาด เช่น เวียตนาม อินเดีย หรือแม้แต่เมียนมาร์  มีข้าวพันธุ์อะไรบ้างที่นำมาแย่งตลาด   ไทยต้องพัฒนาสายพันธุ์อย่างไรให้เหนือกว่า เช่น ข้าวหอมมะลิ 105 ที่ส่งเสริมการเพาะปลูกและการตลาดมาไม่น้อยกว่า 10 ปีนั้น ควรมีเวอร์ชั่น 2  ที่หอม นุ่ม น่ากินกว่าเดิม เป็นต้น   อีกเรื่องคือแต่ละพื้นที่ จังหวัด ภูมิภาคควรมียุทธศาสตร์ข้าวของตนเอง เพื่อสร้างความแตกต่างทางการตลาด  เช่น ปลูกข้าวออร์แกนิค […]

“ประพัฒน์” หวังเกษตรกรใช้ข้อมูลน้ำ/ภูมิอากาศ วางแผนและเพิ่มความหลากหลายทางการเกษตร

      นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ กล่าวถึง การเปิดศูนย์บริหารจัดการน้ำที่ จ.ลำปาง โดย นางอรรชกา สีบุญเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นประธานเปิดเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2560  ภายใต้ความร่วมมือระหว่าง สภาเกษตรกรแห่งชาติและสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (องค์การมหาชน) ณ สำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดลำปาง ศาลากลางจังหวัดลำปาง ว่า ถือเป็นเรื่องใหม่มากกับข้อมูลสารสนเทศเรื่องน้ำ/ภูมิอากาศแบบบูรณาการ โดยมีศูนย์บริหารจัดการน้ำเป็นศูนย์เชื่อมโยงข้อมูลกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมอุตุนิยมวิทยา, สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร, กรมชลประทาน, กรมทรัพยากรน้ำ เป็นต้น เป้าหมายหลักคือเพื่อให้พี่น้องเกษตรกรได้ใช้ประโยชน์ สิ่งที่สภาเกษตรกรฯจะทำต่อไปคือจัดโครงการอบรมให้ความรู้ ความเข้าใจ พร้อมกับวิเคราะห์ให้ใช้ประโยชน์ในการวางแผนการผลิตและป้องกันความเสียหาย ลดความเสี่ยงจากความผันแปรของสภาพอากาศในพื้นที่ของตัวเอง ซึ่งมีเกษตรกรหลายรายที่เข้าใจและนำไปใช้เพื่อบริหารงานเกษตรแล้ว โดยข้อมูลจะมีทั้งรายวัน / สัปดาห์ ระยะสั้นและระยะยาว เกษตรกรสามารถนำไปวางแผนการเกษตรด้านพืช/ปศุสัตว์  ยกตัวอย่างเช่น ข้อมูลบอกจะมีฝนตกในอีก 2 วัน เกษตรกรที่ต้องฉีดพ่นหรือให้อาหารเสริมหรือหว่านปุ๋ยก็ชะลอไว้ก่อนเพราะหากฝนตกมาก็จะถูกชะล้าง ข้าว ต้นไม้ พืชทั้งหลายก็ไม่ได้ใช้ประโยชน์เกษตรกรก็เกิดความเสียหาย สิ้นเปลือง หรือแม้กระทั่งภัยแล้ง ฝนทิ้งช่วง เกษตรกรจะได้จัดเตรียมสำรองน้ำไว้ใช้ได้อย่างเพียงพอ […]

สภาเกษตรกรแห่งชาติพร้อมร่วมกำหนดยุทธศาสตร์ชาติเพื่อเกษตรกร

นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ ได้กล่าวถึง พระราชบัญญัติ การจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. 2560 และ พระราชบัญญัติ แผนและขั้นตอนการดำเนินการปฏิรูปประเทศ พ.ศ. 2560 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2560 เป็นต้นไป ว่า ต้องขอบคุณรัฐบาลที่กรุณาให้เกียรติตั้งตัวแทนเกษตรกรเป็นหนึ่งในคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี อำนาจหน้าที่หลักๆของคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ คือ จัดทำร่างยุทธศาสตร์ชาติเพื่อเสนอคณะรัฐมนตรี กำกับดูแลการปฎิรูปประเทศให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ ตามที่กำหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยแผนและขั้นตอนการดำเนินการปฏิรูปประเทศ  ซึ่งได้เห็นโครงสร้างแล้วเชื่อว่าเป็นประโยชน์เพราะประเทศเราควรมียุทธศาสตร์ระยะยาว แต่จะทำอย่างไรให้สอดคล้องกับปัญหาของประเทศและของโลก คงต้องมีการคุยกันในคณะทำงานยุทธศาสตร์ชาติ   ในส่วนของสภาเกษตรกรแห่งชาตินั้นได้จัดทำยุทธศาสตร์ของเกษตรกรไว้กับแผนแม่บทเพื่อพัฒนาเกษตรกรรมที่ผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีแล้ว  ซึ่งต้องนำมาปรับให้เข้ากับยุทธศาสตร์ชาติ โดยจะนำเสนอเรื่องนี้ให้เป็นแผนยุทธศาสตร์ของเกษตรกรเพื่อนำไปบรรจุไว้เป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์ชาติ   นอกจากนั้น ยุทธศาสตร์ชาติควรมีองค์ประกอบหลายๆส่วน เช่น ภาคอุตสาหกรรม  การค้าต่างประเทศ  การศึกษา  เกษตรกร ฯลฯ สิ่งที่คิดว่าจะเป็นประโยชน์กับเกษตรกรคือ ต่อไปนี้การกำหนดยุทธศาสตร์ชาติจะต้องสอดคล้องกับสภาพปัญหาของเกษตรกรและสามารถปฏิบัติได้จริง ทำให้เสร็จสิ้นในเวลาที่กำหนดไว้  ที่ผ่านมารัฐบาลเปลี่ยนบ่อยมาก แต่ละรัฐบาลก็จะมีนโยบายของตนจึงทำให้นโยบายที่ดีและเป็นประโยชน์ขาดความต่อเนื่องไม่สามารถทำให้ยั่งยืนและลุล่วงจนสำเร็จได้ เปลี่ยนรัฐบาลทุกครั้งนโยบายก็เปลี่ยนด้วย ผิดกับครั้งนี้ที่กำหนดไว้ใน พรบ.ยุทธศาสตร์ชาติก็จะทำให้แผนงานนโยบายดีๆสามารถกำหนดเป็นแผนและประโยชน์ระยะยาวได้  โดยระหว่างนี้สภาเกษตรกรฯเองได้รวบรวมเอาความคิดทั้งหลายจัดเตรียมไว้เพื่อนำเสนอคณะกรรมการฯเมื่อนายกรัฐมนตรีเรียกประชุม ……………………………………………………….. ข่าว : วัฒนรินทร์ […]

สภาเกษตรกรแห่งชาติเตือนเกษตรกรปลูกยางพื้นที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์รีบแจ้งข้อมูลภายในเดือนกันยายนนี้

นายธีรพงศ์ ตันติเพชราภรณ์ ประธานคณะกรรมการด้านยางพารา สภาเกษตรกรแห่งชาติ เปิดเผยว่า จากข้อเสนอของสภาเกษตรกรแห่งชาติต่อการยางแห่งประเทศไทย(กยท.) ในการเปิดให้เกษตรกรผู้ปลูกยางพาราในพื้นที่ที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ให้สามารถแจ้งข้อมูลเกษตรกรผู้ปลูกยางพาราได้ เพื่อให้หน่วยงานของรัฐบาลได้ทราบและมีข้อมูล จำนวนพื้นที่ปลูก และผลผลิตที่เป็นจริง สำหรับใช้ประกอบในการกำหนดนโยบายที่เกี่ยวข้องกับยางพาราของรัฐบาลรวมทั้งการให้ความช่วยเหลือยามมีภัยพิบัติหรืออื่นๆอย่างถูกต้องครบถ้วนตามความเป็นจริง ซึ่งกยท.ได้รับข้อเสนอนี้ และได้ประกาศให้เกษตรกรแจ้งข้อมูลดังกล่าวระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม ถึง 30 ธันวาคม 2559 นั้น ปรากฏว่ามีเกษตรกรที่ยังไม่ได้แจ้งข้อมูลกับทาง กยท.จึงได้ขยายเพิ่มระยะเวลาการแจ้งตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม ถึง 30 กันยายน 2560 สภาเกษตรกรแห่งชาติในฐานะหน่วยงานที่ทำหน้าที่เป็นตัวแทนของเกษตรกรจึงขอแจ้งถึงเกษตรกรผู้ปลูกยางพาราในพื้นที่ที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ ที่ยังไม่ได้แจ้งข้อมูลต่อการยางแห่งประเทศไทย ขอให้ติดต่อหน่วยงานของการยางในพื้นที่เพื่อแจ้งข้อมูล ทั้งนี้ การแจ้งข้อมูลไม่ได้เกี่ยวข้องกับเอกสารสิทธิในที่ดินที่ปลูกยางพารา แต่จะเป็นประโยชน์กับเกษตรกรโดยเฉพาะการให้ความช่วยเหลือจากรัฐบาลจึงขอให้เกษตรกรรีบแจ้งข้อมูลให้ทันภายในวันที่ 30 กันยายน 2560  หรือติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่สำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดทุกจังหวัด ………………………………………. ข่าว : วัฒนรินทร์ สุขีวัย ภาพ : สำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดพังงา อำนวยการข่าว : ภาสันต์ นุพาสันต์

สภาเกษตรกรฯขับเคลื่อนแผนแม่บทร่วมกระทรวงวิทย์ฯกระทรวงแรกกับโครงการพัฒนาเกษตรกรด้วยวิทยาศาสตร์ 4 ปี 15,000 กลุ่ม

                นายเสน่ห์  วิชัยวงษ์ รองเลขาธิการสภาเกษตรกรแห่งชาติ กล่าวว่า ตามที่ครม.ได้มีมติเห็นชอบแผนแม่บทเพื่อพัฒนาเกษตรกรรม พ.ศ.2560 – 2564 ที่สภาเกษตรกรแห่งชาติเสนอ ในมติได้บอกให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นหน่วยงานประสานบูรณาการกับกระทรวงต่างๆที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงมหาดไทย กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นต้น ซึ่งกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้ร่วมขับเคลื่อนแผนแม่บทเพื่อพัฒนาเกษตรกรรมเป็นกระทรวงแรกร่วมกับสภาเกษตรกรแห่งชาติในโครงการพัฒนาเกษตรกรด้วยวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรม เป้าหมายพัฒนาร่วมกันกับกลุ่มองค์กรเกษตรกรที่สภาเกษตรกรฯได้ขึ้นทะเบียนไว้รวมทั้งลูกค้าของธกส. โดยทำแผนระยะยาว 4 ปีที่จะพัฒนา จำนวน 15,000 กลุ่ม เพื่อให้กลุ่มองค์กรเกษตรกรกลายเป็นผู้ประกอบการโดยใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีนวัตกรรมในด้านการผลิต,การแปรรูป,การตลาด การให้ความรู้แก่เกษตรกรเรื่องวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป้าหมาย 260,000 คน สร้างชุมชนทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกับสภาเกษตรกรแห่งชาติ ได้ทำ MOU. เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2560 และได้ดำเนินการโครงการร่วมกันโดยจัดเวทีอบรมเกษตรกรตามภูมิภาค โดยเริ่มต้นที่จังหวัดศรีสะเกษ เมื่อวันที่ 12-16 กรกฎาคม 2560  เป้าหมายเรื่องข้าว/หอม/กระเทียม , จังหวัดน่าน เมื่อวันที่ 26-30 กรกฎาคม 2560 เป้าหมายเรื่องพริก/เห็ด/ลำไย เมื่อจบกิจกรรมให้เกษตรกรกรอกแบบฟอร์มเพื่อขอความช่วยเหลือทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีว่าต้องการเรื่องใดบ้าง กระทรวงวิทย์ฯจะรวบรวมเข้าสู่โปรแกรมโครงการลงมาสนับสนุนชุมชนตามความต้องการ โดยส่งนักวิทยาศาสตร์/งบประมาณลงมาช่วย […]

1 9 10 11