สภาเกษตรกรฯพาบุตรหลานเกษตรกรเรียนต่อ ม.แม่โจ้ สำเร็จ 111 คน

ว่าที่ร้อยตรีสมพูนทรัพย์ กล้าวิกรณ์ เลขาธิการสภาเกษตรกรแห่งชาติ กล่าวว่า บทบาทภารกิจของสภาเกษตรกรแห่งชาติคือการดำรงไว้ซึ่งภาคเกษตรกรรม การเปิดโอกาสให้บุตรหลานของเกษตรกรได้เข้าถึงการศึกษาในมหาวิทยาลัยชั้นนำด้านการเกษตรของประเทศนั้นจะทำให้เกิดทายาทเกษตรกรทดแทนเกษตรกรในปัจจุบันที่มีอายุเฉลี่ยใกล้ 60 ปี ซึ่งหากประเทศไทยยังไม่หันกลับมานำบุตรหลานเข้ามาศึกษาด้านการเกษตรจะนำสู่ความเสี่ยงต่อการสูญเสียความเป็นประเทศเกษตรกรรม ,  ความเป็นศูนย์กลางผลไม้เขตร้อนของโลก , การเป็นครัวโลก และที่สำคัญที่ดินที่ใช้ทำการเกษตรจะสูญเสียไปเนื่องจากเยาวชนคนไทยจำนวนมากมีความคิดปฏิเสธเกษตรกรรม สภาเกษตรกรแห่งชาติจึงประสานงานกับหน่วยงานต่างๆโดยเฉพาะทางด้านการศึกษา เพื่อจัดการเรียนรู้ด้านการเกษตรตั้งแต่ระดับประถมศึกษาให้นักเรียนได้เรียนรู้จากเกษตรกรต้นแบบ ต่อเนื่องด้วยการประสานกับวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีในการส่งเสริมให้เกษตรกรรุ่นใหม่ได้พัฒนาความรู้เพื่อนำไปพัฒนาการประกอบอาชีพเกษตรกรรม และสำหรับในระดับอุดมศึกษาได้ประสานงานกับมหาวิทยาลัยแม่โจ้ โดยเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2561 มหาวิทยาลัยแม่โจ้ได้ประกาศผลการคัดเลือกนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 หรือประกาศนียบัตรวิชาชีพ ปวช.ที่เป็นบุตรหลานของเกษตรกรเข้าศึกษาต่อโดยไม่ต้องสอบในระดับปริญญาตรีหลักสูตร 4 และ 5 ปี ในปีการศึกษา 2561 โดยการประกาศผลครั้งนี้มีรายชื่อของบุตรหลานเกษตรกรที่สภาเกษตรกรจังหวัดทั่วประเทศได้คัดเลือกในเบื้องต้นแล้วส่งให้มหาวิทยาลัยเป็นผู้คัดเลือก ผ่านการคัดเลือกจำนวนทั้งสิ้น 111 คน  14 คณะ ได้แก่ คณะผลิตกรรมการเกษตร 29 คน  / คณะวิทยาลัยพลังงานทดแทน 2 คน / คณะสัตวศาสตร์และเทคโนโลยี 26 คน / คณะเทคโนโลยีการประมงและทรัพยากรทางน้ำ 5 คน / […]

สภาเกษตรกรแห่งชาติเปิดโครงการนำร่องฝึกแรงงานและลูกเรือประมงไทย

นายสิทธิพร  จริยพงศ์ รองประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ กล่าวภายหลังเป็นประธานเปิดการอบรม “โครงการนำร่องฝึกแรงงานและลูกเรือประมงไทย” ณ สำนักงานฝ่ายฝึกอบรม ศูนย์พัฒนาการประมงแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้(SEAFDEC) ว่า จากปัญหาการขาดแคลนแรงงานในภาคการประมงที่ต้องพึ่งพาแรงงานต่างด้าวเป็นหลัก  นำไปสู่ปัญหาในด้านต่าง ๆ ตามมาหลายประการ เช่น สหภาพยุโรป (EU) กลุ่มประเทศคู่ค้าสินค้าประมงที่สำคัญของไทย มองว่าประเทศไทยมีการใช้แรงงานที่ไม่เหมาะสม เป็นการทำการประมงที่ผิดกฎหมายขาดการรายงานและไร้การควบคุม (Illegal unreported and Unregulated Fishisg : IUU Fishing) มีการกดขี่ใช้แรงงานและค้ามนุษย์ (Slavery at Sea/Trafficking in Person) ซึ่งส่งผลด้านลบต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทยและจะยังคงถูกจัดอันดับความน่าเชื่อถือจากประเทศคู่ค้าเป็นประเทศที่ต้องเฝ้าจับตามองต่อไป (Tier 2 watch list)  เป็นต้น   สภาเกษตรกรแห่งชาติได้เล็งเห็นปัญหาดังกล่าว จึงได้ดำเนินการประสานงานหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องจัดตั้งเป็นคณะทำงาน เพื่อพิจารณาหารือแนวทางจัดตั้งศูนย์ฝึกแรงงานและลูกเรือประมงไทย ตามคำสั่งสภาเกษตรกรแห่งชาติ ที่ 14/2560 ลงวันที่ 31 สิงหาคม 2560 เรื่อง แต่งตั้งคณะทำงานโครงการจัดตั้งศูนย์ฝึกแรงงานและลูกเรือประมงไทย โดยมีหน้าที่รวบรวม สรุปข้อมูลต่าง ๆ  […]

ประธานสภาเกษตรกรฯแนะการสร้างเศรษฐกิจจากการปลูกต้นไม้ ควรสร้างแรงจูงใจด้วยวิธีการหลากหลายพร้อมวางแผนธุรกิจ

นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ กล่าวว่า ได้มีโอกาสเข้าร่วมเสวนา เรื่อง “กลยุทธ์สร้างแรงจูงใจ ส่งเสริมไม้เศรษฐกิจให้ถึงเป้า” จัดโดยคณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บนเวทีได้นำเสนอเรื่องการสร้างแรงจูงใจในการสร้างเศรษฐกิจจากการปลูกต้นไม้ สิ่งสำคัญที่สุดต้องให้คนปลูกหรือเกษตรกรสามารถสร้างรายได้จากการปลูกต้นไม้อย่างเป็นรูปธรรม การปลูกต้นไม้ส่วนใหญ่จะเป็นการสร้างรายได้ในระยะยาวเพราะต้นไม้บางชนิดใช้เวลา 10 – 30 ปีถึงจะเริ่มมีรายได้  จึงต้องสร้างแรงจูงใจโดยวิธีการที่หลากหลาย อาทิเช่น การทำแผนธุรกิจที่เหมาะสมสอดคล้อง การมีพืชหรือกิจกรรมทางเศรษฐกิจหลากหลาย การออกแบบให้มีการสร้างรายได้ระยะสั้นๆให้พี่น้องเกษตรกรมีแรงจูงใจและสามารถที่จะนำไปประกอบการได้อย่างเป็นรูปธรรม เช่น ปลูกไผ่ควบคู่กับไม้ยืนต้นก็สามารถสร้างรายได้ในระยะปานกลางได้ ไผ่ปลูก 3 ปี  ปีที่ 4 ก็เริ่มเก็บทำประโยชน์ จึงเป็นพืชตัวแปรช่วงเปลี่ยนผ่านให้กับเกษตรกรที่สนใจในการปลูกไม้ยืนต้นได้   ถ้าเชิญชวนพี่น้องเกษตรกรปลูกไม้ยืนต้นโดยไม่คำนึงถึงความเป็นอยู่ก่อนจะมีรายได้จากไม้ยืนต้น เกษตรกรจะไม่มีกำลังในการดูแลตนเอง,ครอบครัว จนกว่าจะสร้างรายได้ขึ้นมา เมื่อไหร่ไม้ยืนต้นเปลี่ยนเป็นเงินได้เมื่อนั้นก็จะเริ่มมีความมั่นคงมากขึ้นเพราะไม้ยืนต้นหลายชนิดมีมูลค่าสูง  ยกตัวอย่างฟาร์มเพชรล้านนาที่ จ.ลำปาง ได้ออกแบบธุรกิจไว้เป็นรายได้ 4 ระดับ มีรายได้เป็นเงินสดรายวัน เช่น ขายไข่ ไก่ไข่ หน่อไม้ พืชผัก ,  รายเดือน เช่น  ขายลูกหมู  ขายลูกไก่พื้นเมือง ไก่ขุน , รายปี เช่น […]

“ประพัฒน์”เข้าพบฑูตจีนวางแผนการผลิตสินค้าเกษตรสร้างความยั่งยืนให้เกษตรกรทั้งสองประเทศ

นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ เปิดเผยว่า เมื่อวันพุธที่ 21 กุมภาพันธ์ 2561 ได้รับเชิญจากฯพณฯ ลวี่เจี้ยน เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย เพื่อหารือในการสร้างความร่วมมือกันระหว่างเกษตรกรของประเทศไทยและประเทศจีน การแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างเกษตรกรทั้งสองประเทศ รวมถึงการแลกเปลี่ยนข้อมูลในระยะยาวโดยได้เสนอให้มีการวางแผนการผลิตร่วมกัน สินค้าเกษตรตัวไหนที่ประเทศจีนผลิตได้ดีกว่าต้นทุนถูกกว่า เกษตรกรไทยก็ควรหลีกเลี่ยงไม่ปลูกหรือผลิตแข่ง  สินค้าตัวไหนที่เกษตรกรไทยผลิตได้ดีกว่าต้นทุนถูกกว่าคุณภาพดีกว่า จีนก็ไม่ควรปลูกหรือผลิตแข่งเช่นกันเพราะจะทำให้เกิดการแย่งชิงตลาดกันเอง โดยจะหารือในรายละเอียดต่อไป  อย่างไรก็ตาม  นายลวี่เจี้ยนให้ความสนใจเรื่องความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ  โดยเฉพาะอยากจะเห็นเกษตรกรทั้งสองประเทศร่วมมือกันพัฒนาอย่างสร้างสรรค์ซึ่งโดยรวมน่าจะเป็นประโยชน์ในระยะยาวและสร้างความยั่งยืนให้กับทั้งสองประเทศ  ส่วนปัญหาความเหลื่อมล้ำในภาคเกษตรโดยเฉพาะปัญหาล้งจีนที่ขาดการควบคุม และกำลังครอบงำการตลาดผลไม้ของประเทศไทยเกือบทุกจังหวัด  ได้เสนอไปว่าควรสร้างความร่วมมือและการรับรู้ทั้งสองฝ่าย อาทิเช่น คนจีนที่จะมาเปิดล้ง สถานทูตจีนควรรับรองให้ด้วย  ด้านรัฐบาลไทยควรมีขั้นตอนระเบียบในการปฏิบัติ ซึ่งเรื่องนี้ได้มีการหารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ของไทยแล้ว  ในอนาคตควรมีการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการของล้งจีนทั้งหมด และต้องวางกรอบกติกาในการทำงานร่วมกัน หากมีปัญหาประเทศจีนต้องร่วมรับผิดชอบด้วย  ซึ่งทั้งหมดนายลวี่เจี้ยนเห็นด้วย และสภาเกษตรกรฯได้อาสาขอเป็นผู้ประสานให้สถานทูตจีน , ทูตพาณิชย์จีนให้ได้มีโอกาสพูดคุยกับตัวแทนของกระทรวงพาณิชย์ไทย โดยสภาเกษตรกรฯได้หารือและแจ้งอธิบดีกรมการค้าภายในทราบแล้ว     การแลกเปลี่ยนถึงแนวทางที่สภาเกษตรกรฯได้ทำเรื่องเสนอไปถึงรัฐบาลเรื่องการจัดทำยุทธศาสตร์เพื่อแก้ปัญหานี้ นายลวี่เจี้ยนบอกว่าประธานาธิบดีสี จิ้นผิงได้มีแนวทางในการแก้ปัญหาเรื่องความเหลื่อมล้ำนี้เช่นเดียวกัน พร้อมกันนี้ได้รับเชิญจากทางรัฐบาลจีนไปศึกษาดูงานด้านเกษตรและเครื่องจักรกลเกษตรที่ประเทศจีนในระหว่างวันที่ 16 – 26  มีนาคม 2561 ในเรื่องวิทยาการการผลิตและแปรรูปเห็ด ,การผลิตและการแปรรูปอุตสาหกรรมไผ่ที่มณฑลเจ้อเจียง ซึ่งประเทศจีนมีความก้าวหน้าเป็นอย่างมาก  โดยเฉพาะเรื่องเครื่องจักรกลเกษตรซึ่งจะนำมาใช้ประโยชน์ได้ ด้วยประเทศจีนมีการพัฒนาไปไกลและมีมาตรฐานสูงขึ้นมาก  โดยหลังกลับจากประเทศจีนแล้วจะสรุปความร่วมมืออย่างใกล้ชิด   ทั้งนี้ ได้เชิญนายลวี่เจี้ยนร่วมดูงานการเกษตรของประเทศไทยในพื้นที่ต่างๆ […]

สภาเกษตรกรแห่งชาติประสานความร่วมมือ ”ปั้นนักธุรกิจอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปไทย” เป้าหมาย 55,000 ราย

นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ กล่าวภายหลังร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการ “ปั้นนักธุรกิจอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปไทย (SMEs เกษตร) ตามแนวประชารัฐ” ระหว่าง สภาเกษตรกรแห่งชาติ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เมื่อวันอังคารที่ 13 กุมภาพันธ์ 2561 ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ว่า นับเป็นวันประวัติศาสตร์ที่สภาเกษตรกรฯได้สร้างความร่วมมือในเรื่องการพัฒนาเกษตรกรให้เป็นผู้ประกอบการ ในอดีตไม่มีหน่วยงานไหนให้ความร่วมมือหรือว่าผลักดันในระดับนโยบาย คราวนี้นับเป็นโอกาสดีมากที่ทางกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยได้เอื้อมมือเข้ามาเห็นด้วยกับปัญหาของประเทศ จึงได้เกิดความร่วมมือกัน 3 หน่วยงาน และมีแผนการทำงานอย่างชัดเจน โดยกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมได้ของบประมาณมาแล้วส่วนหนึ่งเพื่อมาปรับตัวเกษตรกรเป้าหมาย 55,000 ราย ภายในปีนี้เพื่อปั้นให้เป็นผู้ประกอบการพร้อมๆกับมีเงินทุนในการปรับเปลี่ยนการผลิต แปรรูปสินค้าเกษตรของตัวเอง ซึ่งทางสภาเกษตรกรฯจะเชื่อมโยงกับทุกส่วนงาน ทั้งการแปรรูป การตลาด ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ เพื่อนำมาปรับปรุงการผลิตของตัวเอง หากทำตามนี้ไปตลอดเชื่อมั่นว่าเกษตรกรจะสามารถพึ่งพาตนเองได้ สร้างรายได้จากอาชีพตัวเองได้เพิ่มมากขึ้น เศรษฐกิจจะไหลกลับไปสู่ฐานรากมากขึ้นด้วยอาชีพเขาเองไม่ใช่ด้วยเงินแจกฟรีจากรัฐบาล โดยการดำเนินการนั้นสภาเกษตรกรฯจะให้เครือข่ายสภาฯในตำบล อำเภอ เป็นตัวจักรเพื่อค้นหาเกษตรกรที่มีศักยภาพ มีความพร้อมเข้าสู่โปรแกรมการอบรมปรับเปลี่ยนการผลิตเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มสินค้าเกษตรของตัวเอง ซึ่งเป็นได้ทั้งเกษตรกรรายคนและองค์กรหรือสถาบันเกษตรกร “ สภาเกษตรกรฯได้เตรียมความพร้อมเกษตรกรมาตลอด 2-3 ปีที่ผ่านมาด้วยโครงการทำแผนแม่บทเพื่อพัฒนาเกษตรกรรมตำบล เกษตรกรหลายส่วนได้เตรียมความพร้อมไว้หมดแล้ว เพียงรอแค่ภาคราชการเข้าใจแล้วนำโครงการลงไปให้ได้ปฎิบัติจริง ซึ่งหลายส่วนพึ่งตนเองด้วยการแปรรูปสร้างตลาดเพิ่มมูลค่าให้สินค้าตัวเองไปเรียบร้อยแล้ว และหลายส่วนที่มีข้อจำกัดด้านเงินทุน ความรู้ก็รอโครงการนี้อยู่  หากเกษตรกรต้องการแปรรูปสินค้าสร้างมูลค่าเพิ่มด้วยนวัตกรรมใหม่ๆด้านการเกษตรสามารถเข้าสู่โครงการ […]

สภาเกษตรกรแห่งชาติเปิดการสัมมนาขับเคลื่อนงานของสภาเกษตรกรแห่งชาติฯ

เมื่อวันที่ 12 ก.พ.2561 สภาเกษตรกรแห่งชาติจัดการสัมมนาขับเคลื่อนความเข้มแข็งแก่เกษตรกร องค์กรเกษตรกร สำหรับสมาชิกสภาเกษตรกรแห่งชาติ หัวหน้าสำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัด โดยมีรองนายกรัฐมนตรี นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ กล่าวปาฐกถาพิเศษ หัวข้อการ “แนวทางความร่วมมือระหว่างรัฐบาลกับสภาเกษตรกรแห่งชาติ” หลังจากนั้นผู้บริหาร ธกส. กรุงไทย  ออมสิน และ SME bank  เสวนาหัวข้อการสนับสนุนเงินทุนเพื่อการเกษตร ตอนท้ายของการสัมมนานายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ นายอภิศักดิ์ อังคสิทธิ์ นายสิทธิพร จริยพงศ์ รองประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ ได้เสนอแนวทางการขับเคลื่อนจากล่างสู่บนให้เกิดผลต่อเกษตรกร

สภาเกษตรกรเสนอนายกรัฐมนตรี กรณีภาษียอมให้หักจากเงินได้พึงประเมิน

         นายสิทธิพร จริยพงศ์ รองประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ เปิดเผยว่า สภาเกษตรกรแห่งชาติได้มีมติในการประชุม ครั้งที่ 7/2560 เมื่อวันที่ 14-15 ธันวาคม 2560 ให้แต่งตั้งคณะทำงานศึกษาผลกระทบต่อเกษตรกรจากการออกพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการกำหนดค่าใช้จ่ายที่ยอมให้หักจากเงินได้พึงประเมิน(ฉบับที่ 629) พ.ศ. 2560 ซึ่งคณะทำงานฯได้ดำเนินการจัดประชุม ครั้งแรกเมื่อวันที่ 10 มกราคม 2561 เพื่อพิจารณาผลกระทบต่อเกษตรกรจากการออกกฎหมายดังกล่าว โดยได้เชิญผู้แทนกรมสรรพากร สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร และสำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้ข้อมูลและร่วมกันพิจารณา  ซึ่งในที่ประชุมเห็นว่า พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการกำหนดค่าใช้จ่ายที่ยอมให้หักจากเงินได้พึงประเมิน(ฉบับที่ 629) พ.ศ. 2560 มาตรา 8 กำหนดให้หักค่าใช้จ่ายโดยเหมาร้อยละ 60 เว้นแต่ผู้มีเงินได้จะแสดงหลักฐานต่อเจ้าพนักงานประเมินและพิสูจน์ได้ว่ามีค่าใช้จ่ายมากกว่านั้นก็ยอมให้หักค่าใช้จ่ายได้ตามความจำเป็นและสมควร แต่ภาคเกษตรกรรมมีข้อจำกัดในการแสดงหลักฐานต่อเจ้าพนักงานประเมินและพิสูจน์ได้ว่ามีค่าใช้จ่ายมากกว่านั้น ประกอบกับจากข้อเท็จจริงจากข้อมูลเศรษฐกิจสังคมครัวเรือนเกษตร ปี 2555–2559 ของศูนย์สารสนเทศเศรษฐกิจการเกษตร สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ระบุว่าเกษตรกรมีค่าใช้จ่ายจริงต่อรายได้เฉลี่ย 5 ปี คิดเป็นร้อยละ 82.56 ซึ่งใกล้เคียงกับค่าใช้จ่ายที่ยอมให้หักจากเงินได้พึงประเมินตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการกำหนดค่าใช้จ่ายที่ยอมให้หักจากเงินได้พึงประเมิน(ฉบับที่ 11) พ.ศ. 2502 ที่กำหนดให้หักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมาร้อยละ […]

เกษตรกรทุกคนจะได้ใช้ประโยชน์อย่างเสรีกับไม้ที่ปลูกในพื้นที่กรรมสิทธ์ตนเอง

นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ เผยว่า นับเป็นข่าวดีสำหรับพี่น้องเกษตรกรไทยทั้งประเทศ จากการได้พูดคุยหารือกันถึง 2 ครั้งกับพลเอกสุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในเรื่องของการส่งเสริมการปลูกไม้เศรษฐกิจ รัฐมนตรียืนยันว่ากำลังแก้กฎหมายในมาตรา 7 ของพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 เพื่อจะให้เกษตรกรสามารถปลูกไม้ได้ทุกชนิดบนพื้นที่กรรมสิทธิ์ของตนเอง ทั้งโฉนด น.ส.3 , ส.ป.ก. , น.ค. และอื่นๆ ซึ่งจะทำให้พื้นที่เหล่านั้นได้ใช้ประโยชน์ได้หลากหลายมากกว่าพืชเกษตร 3 – 4 ชนิด เช่น ข้าว ข้าวโพด มันสำปะหลัง อ้อย ทั้งหมดมีราคาถูก ทำเท่าไหร่ก็มีแต่หนี้   ไม้ที่ปลูกในพื้นที่กรรมสิทธิ์ของเกษตรกรทั้งหมดสามารถจะใช้ประโยชน์ได้อย่างเสรี  พืชผล,ต้นไม้บนที่ทำกินของเกษตรกรต้องเป็นของเกษตรกร กฎหมายต้องละเว้นให้สามารถ ตัด ฟัน แปรรูป ทำการค้า ขายได้ โดยเจ้าหน้าที่ป่าไม้จะเข้ามาดูแลอำนวยความสะดวกให้  ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยมีป่าไม้เพิ่มขึ้นจำนวนมากมาย สามารถสร้างเศรษฐกิจให้ไทยโดยรวมได้มหาศาล เกษตรกรสามารถทำการผลิตในพื้นที่ของตนเองได้มั่นคงมากยิ่งขึ้น โดยในขณะนี้กำลังมีการรับฟังความคิดเห็นในการแก้ไขกฎหมายดังกล่าว   สำหรับการส่งเสริมให้เกษตรกรหันมาปลูกไม้ยืนต้นโดยรัฐบาลจัดโครงสร้างสินเชื่อระยะยาวให้ เชื่อมั่นได้ว่าจะทำให้เกษตรกรหันมาปลูกไม้ยืนต้นมากขึ้น  ยังมีไม้อีกหลายชนิดให้ปลูกที่น่าสนใจ เช่น ภาคอีสาน ไม้พยุง ภาคใต้ […]

สภาเกษตรกรฯผลักดันเกษตรกรสู่เจ้าของบริษัทธุรกิจเกษตร

จากการเข้าร่วมงานมาตรการ เสริมแกร่ง เพิ่มทุน ครอบคลุมทุกกลุ่ม SMEs เมื่อวันที่ 22 ม.ค.2561 ณ อาคารสำนักงานใหญ่ SME Bank  นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ กล่าวว่า สภาเกษตรกรฯ ร่วมกับกระทรวงอุตสาหกรรม และธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย(SME Bank ) เพื่อยกระดับเศรษฐกิจชุมชน รวมถึงเป็นตัวกลางประสานหน่วยงานต่างๆ ในการส่งเสริมเกษตรกรทั่วประเทศให้มีรายได้สูงขึ้น และเติบโตอย่างยั่งยืน โดยพัฒนาเกษตรกรให้เป็นผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ด้วยการยกระดับอาชีพจากการทำเกษตรแบบดั้งเดิมสู่การใช้ความรู้ นวัตกรรม และเทคโนโลยีเพื่อแปรรูปเพิ่มมูลค่าผลผลิต และตรงตามความต้องการของตลาด โดยกระทรวงอุตสาหกรรมสนับสนุนด้านความรู้ ขณะที่ SME Bank เติมเต็มด้านเงินทุน โดยนำร่องที่ อ.แจ้ห่ม จ.ลำปาง ซึ่งมีการส่งเสริมให้ปลูกไผ่ และต่อยอดด้วยการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น ถ่านเชื้อเพลิง ไผ่สำหรับใช้ในภาคอุตสาหกรรม  เฟอร์นิเจอร์จากไม้ไผ่ และบ้านจากไม้ไผ่  เป็นต้น ซึ่งแนวคิดดังกล่าวจะขยายผลไปทั่วประเทศ ตั้งเป้าว่าจะต้องเกิดผู้ประกอบการเอสเอ็มอีภาคเกษตรครอบคลุมอย่างน้อยทุกอำเภอทั่วประเทศ    เกษตรกรนั้นมีแนวคิดเรื่องการแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าตัวเองอยู่แล้ว แต่ส่วนใหญ่ติดขัดในเรื่องเงินทุน ซึ่งทาง SME Bank ยืนยันมีทุนเพียงพอและสามารถอุดหนุนได้ในวงเงิน 1 […]

1 9 10 11 12 13 15