สภาเกษตรฯ ตั้งองค์กรดันกัญชาถึงมือเกษตรกร

            นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ เปิดเผยว่า สภาเกษตรกรฯสนใจเรื่องกัญชารักษาโรคมาหลายปี เพราะเกษตรกรเป็นโรคเรื้อรังยิ่งเกษตรกรใช้ยาเคมีสารเคมีเกษตรเยอะก็ยิ่งเจ็บป่วยและเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลสูงมาก สภาเกษตรกรฯอยากเห็นเกษตรกรสามารถที่จะบำบัดตนเองได้ด้วยกัญชา เพราะว่าพิสูจน์มาช้านานแล้วว่าได้ผล ที่สำคัญคือต้นทุนไม่แพงและกัญชายังเป็นโอกาสของเกษตรกรสามารถสร้างอาชีพที่มั่นคง สร้างรายได้ให้กับตนเองและประเทศชาติ กัญชาที่ซื้อ-ขายในตลาดโลกคุณภาพดีกิโลกรัมละหลายหมื่นบาท กัญชาที่ผลิตจาก สปป.ลาว อย่างน้อยกิโลกรัมละ 5,000 บาท ประเทศไทยสามารถสร้างความมั่งคั่งได้จากพืชเกษตรกัญชาได้  หลายเดือนที่ผ่านมานี้ภาครัฐเหมือนจะยอมรับ เหมือนจะปลดล็อกแต่ตามลึกๆหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีหน้าที่โดยตรงพยายามบิดเบือนเรื่องที่สภาเกษตรกรแห่งชาติพยายามนำเสนอมาตลอด และจะเป็นการเปิดโอกาสให้กับบริษัทยักษ์ใหญ่เข้ามาหาประโยชน์จากสารสกัดกัญชารักษาโรค  รวมทั้งการเปลี่ยนกัญชา , กระท่อม จากยาเสพติดประเภท 5 ให้เป็นยาเสพติดตามบัญชีรายชื่อประเภท 2 นั้น หลังจากที่ศึกษาแล้วก็ต้องตกใจกัญชากลับกลายเป็นสารเสพติดประเภทเดียวกับมอร์ฟีนซึ่งโทษแรงมากและสั่งโดยแพทย์แผนปัจจุบันสกัดโดยบริษัทข้ามชาติเท่านั้นจึงจะสามารถขึ้นทะเบียนได้  ซึ่งตรงนี้สภาเกษตรกรแห่งชาติไม่เห็นด้วย ชัดเจนว่าเอื้อประโยชน์ต่อทุนใหญ่และบริษัทข้ามชาติ มีรายละเอียดเยอะมากที่สามารถจะคิดได้อย่างนั้น ไม่ว่าจะเป็นขั้นตอนการขึ้นทะเบียนยา การขออนุญาต ยุ่งยากเกินกว่าเกษตรกรและผู้ประกอบการในประเทศไทยจะเข้าถึงได้ ถ้าปล่อยไปผู้ป่วย , ลูกหลานในอนาคตจะเสียใจเพราะจะไม่มีโอกาสเข้าถึงยากัญชารักษาโรคเลยนอกจากคนมีเงินเท่านั้น   อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 12 พ.ย.2561 เวลา 13.30 น. สภาเกษตรกรแห่งชาติได้จัดประชุมเครือข่ายที่สนใจเรื่องกัญชารักษาโรค ทั้งแพทย์ ผู้มีความชำนาญ […]

โซนนิ่งยางพาราต้องใช้จริงร่วมกับพืชเศรษฐกิจอื่นจึงจะเกิดประโยชน์

          นายธีรพงศ์ ตันติเพชราภรณ์ ประธานคณะกรรมการด้านยางพารา สภาเกษตรกรแห่งชาติ กล่าวว่า เรื่องของยางพาราในขณะนี้ คณะกรรมการด้านยางพารา สภาเกษตรกรแห่งชาติได้มีการนำเสนอโครงการลดการกรีดยางเพื่อเป็นการลดซัพพลายออกจากสวนยาง  นโยบายนี้รัฐบาลนำไปปฏิบัติได้ก็จะเกิดประโยชน์ในเรื่องวัตถุดิบหรือซัพพลายออกมาน้อยจะทำให้เกิดการขาดแคลน ระบบราคา / ตลาด เพื่อหาซื้อวัตถุดิบจะเขยิบขึ้นเกิดประโยชน์กับเกษตรกรและรัฐบาลก็จะสามารถเขยิบราคายางภายในประเทศได้   ส่วนกรณีที่ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะใช้อำนาจตามพ.ร.บ.เศรษฐกิจการเกษตร พ.ศ.2522 มาตรา 5 โดยคณะกรรมการสามารถพิจารณากำหนดเขตพืชเศรษฐกิจได้ซึ่งจะนำมาใช้กับยางพาราเป็นชนิดแรก เกษตรกรและสภาเกษตรกรฯมีการหารือกันว่าจำเป็นต้องใช้ไหม ด้วยที่ผ่านมาปล่อยให้เกษตรกรปลูกได้ตามใจผลผลิตจึงได้บ้างไม่ได้บ้าง คุณภาพมีบ้างไม่มีบ้าง ถือเป็นสิ่งสำคัญที่ทางภาครัฐต้องใช้ข้อมูลเชิงวิชาการให้ความรู้กับเกษตรกรแล้วกำหนดพื้นที่ที่สามารถปลูกได้อย่างเหมาะสมเพื่อการผลิตที่มีต้นทุนที่ต่ำได้ผลผลิตสูง แต่มองว่าจะใช้กับยางพาราอย่างเดียวไม่น่าจะเกิดประโยชน์อยากให้ครอบคลุมไปถึงพืชชนิดอื่น เช่น ปาล์มน้ำมัน ฯลฯ   อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่าเกษตรกรมีทั้งบุกรุกป่าและป่าบุกรุกพื้นที่เกษตรกรซึ่งต้องมีแนวทางในการช่วยเหลือเยียวยา ทั้งจากกรณีมีเอกสารสิทธิ์ไม่บุกรุกป่าและบุกรุกป่า กับไม่มีเอกสารสิทธิ์บุกรุกป่าและไม่บุกรุกป่า ส่วนที่เกษตรกรบุกรุกป่าจริงมาตรการเยียวยาอาจไม่ครอบคลุมและทั่วถึงซึ่งต้องเข้าไปแก้ปัญหาในเรื่องของสิทธิทำกินก่อน “ การประกาศโซนนิ่งจะทำให้เกษตรกรมีการจัดการอย่างมีคุณภาพ ผลผลิตมีปริมาณมากขึ้น ต้นทุนต่ำ คุณภาพสูงเพราะเป็นการปลูกในพื้นที่ที่เหมาะสม  ภาคเหนือ ภาคอีสานถ้าเป็นพื้นที่ไม่เหมาะสมรัฐควรจะต้องมีนโยบายในเรื่องของการปรับเปลี่ยนถ้ายังไม่สามารถควบคุมได้ก็ต้องลดการช่วยเหลือ ซึ่งนั่นหมายถึงเกษตรกรที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์หรือว่าไม่ปลูกในโซนนิ่งก็ไม่สามารถรับการช่วยเหลือได้ การจัดโซนนิ่งจึงจะเกิดประโยชน์และมีประสิทธิภาพ แต่ถ้าประกาศแล้วพื้นที่ยังเหมือนเดิมไม่มีการปรับเปลี่ยนอะไรก็เปล่าประโยชน์ แต่ถ้าพื้นที่นั้นไม่เหมาะสมทางกยท.ก็จะมีทางเลือกให้ เช่น ปลูกปาล์มน้ำมัน ไม้เศรษฐกิจ เศรษฐกิจพอเพียงได้   เข้าใจว่ายางพาราใช้เวลาปลูก 25-30 ปี จะให้เกษตรกรโค่นยางขณะที่กำลังได้ผลผลิตก็เป็นไปได้ยาก […]

“ประพัฒน์” เตือน CPTPP หากเกษตรกรนิ่งเฉยต้องเสียประโยชน์และอาชีพเกษตรล่มสลายแน่นอน

     นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ เปิดเผยด้วยความกังวลใจว่า เมื่อครั้งความตกลง “หุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (Trans-Pacific Partnership : TPP) อดีตประธานาธิบดีอเมริกาพยายามผลักดันเรื่องนี้ กรอบความร่วมมือในอดีตนั้นเป็นห่วงกันมากเพราะทราบดีว่าไทยเสียเปรียบในหลายเรื่อง อาทิ เรื่องการเกษตร ต่อมาประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยกเลิกจึงไม่ต่อเนื่อง แต่ประเทศที่เป็นสมาชิกที่เหลือพยายามผลักดันฟื้นฟูเรื่อง TPP ขึ้นมาใหม่โดยเปลี่ยนชื่อเป็น CPTPP (Comprehensive and Progressive Agreement for Trans-Pacific Partnership )กรอบความร่วมมือใกล้เคียงเดิม บทบัญญัติบางประการที่มีแนวโน้มจะก่อให้เกิดผลกระทบเชิงลบยังคงมีไม่ใช่การตัดออกจากความตกลง เพียงแต่ยังไม่นำมาบังคับใช้ขณะนี้จึงไม่มีหลักประกันที่แน่นอนว่าจะไม่นำกลับมาบังคับใช้ใหม่ และสิ่งที่เป็นข้อกังวลใจอย่างมากของสภาเกษตรกรแห่งชาติที่วนกลับมาอีกครั้งคือเรื่อง การให้นักลงทุนเข้าถึงพันธุกรรมพืชและชิ้นส่วนซึ่งจะเป็นการผูกขาดด้านพันธุ์พืช รวบตั้งแต่ส่วนที่ใช้ขยายพันธุ์จนถึงผลผลิตและผลิตภัณฑ์แปรรูป ผลคือวิถีชีวิตของเกษตรกรจะเปลี่ยนแปลง ซื้อหาพันธุ์พืชในระดับราคาที่แพงและไม่สามารถเก็บพันธุ์ไว้ปลูกต่อ เป็นความเดือดร้อนที่มีระยะเวลายาวนานด้วยการคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่จะมีระยะเวลา 20-25 ปี อีกหนึ่งเรื่องที่น่ากังวลใจและมีบทเรียนจากหลายประเทศมาแล้วคือการนำเข้าชิ้นส่วนสุกร อาทิเช่น เวียดนาม หลังจากเข้าร่วมกรอบทีพีพีแล้วอเมริกาก็ผลักดันการนำเข้าชิ้นส่วนสุกร ปรากฏว่า Sector ภาคการเลี้ยงสุกรของเวียดนามแทบจะล่มสลายหมดเลย หากประเทศไทยไม่เป็นประเทศเกษตรกรรมเรื่องนี้จะไม่น่ากังวล แต่ภาคการเลี้ยงสุกรของประเทศไทยเข้มแข็งมาก มีเกษตรกรที่เลี้ยงสุกรและส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรรายกลางและรายย่อยกว่า 180,000 ครัวเรือน และจะส่งผลกระทบต่อเนื่องเป็นลูกโซ่ถึงเกษตรกรผู้ผลิตพืชวัตถุดิบอาหารสัตว์และผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องอีกเป็นจำนวนมาก อาทิ […]