สภาเกษตรกรฯรวม “ คน มัน โค ” มหาสารคาม สู่วิถีเกษตรยั่งยืน

         นายคงฤทธิ์ บัวบุญ ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดมหาสารคาม เปิดเผยว่า จ.มหาสารคาม มีพืชเศรษฐกิจที่สำคัญคือ ข้าว มันสำปะหลัง และอ้อย สัตว์เศรษฐกิจที่สำคัญคือโคเนื้อ และโคนม สำหรับข้าว , อ้อย เป็นพืชเศรษฐกิจที่มีหน่วยงานดูแลอยู่แล้ว แต่มันสำปะหลังยังไม่มีหน่วยงานไหนเข้ามาดูแลทำให้สุดท้ายประโยชน์ตกเป็นของพ่อค้าลานมันและโรงแป้ง ด้วยเหตุนี้สภาเกษตรกรจังหวัดมหาสารคามซึ่งมีการรับขึ้นทะเบียนองค์กรเกษตรกรอยู่ โดยมีกลุ่มองค์กรที่ผลิตมันสำปะหลัง 8 องค์กร จาก 3 อำเภอ ได้ปรึกษาศึกษาค้นคว้าหาทิศทางในการที่จะพัฒนามันสำปะหลังอยู่เป็นปีก็ได้ข้อสรุปว่าหากจะปลูกมันสำปะหลังแล้วขายหัวมันสดไม่มีทางจะแก้ปัญหาความยากจนได้ยังไงก็ขาดทุน ทั้งนี้ จังหวัดมหาสารคามมีสหกรณ์โคนม 2 แห่ง คือ สหกรณ์โคนมมหาสารคาม จำกัด และสหกรณ์โคนมโคกก่อ จำกัด ทั้ง 2 แห่งซื้อมันเส้นหรือมันสำปะหลังตากแห้งจากพื้นที่อื่นและต่างประเทศ จึงได้เชิญตัวแทนจากทั้ง 2 สหกรณ์ และเกษตรกรผู้ผลิตมันสำปะหลังร่วมพูดคุยและตกลงกันว่าสหกรณ์ทั้ง 2 แห่ง จะซื้อผลผลิตมันเส้นตากแห้งจากกลุ่มเกษตรกรในจังหวัด ช่วงแรกเกษตรกรใช้วิธีขุดหัวมันมาสับแล้วตาก สหกรณ์โคนมทั้ง 2 แห่งเห็นว่าเป็นมันคุณภาพดีจึงตกลงซื้อ แต่เมื่อซื้อปริมาณมากๆเกรงว่ากลุ่มเกษตรกรจะทำในปริมาณที่สหกรณ์ต้องการไม่ได้ จึงมีเงื่อนไขว่าจะซื้อมันจากองค์กรเกษตรกร,กลุ่มเกษตรกรเท่านั้นไม่ซื้อจากเกษตรกรรายย่อยหรือรายบุคคลด้วยเกรงเรื่องการควบคุมมาตรฐานและปริมาณการผลิต ทั้ง 8 […]

“ประพัฒน์” ชี้กัญชารักษาโรคหากช้า “กว่าถั่วจะสุกงาก็ไหม้”

  จากข้อเสนอของสภาเกษตรกรแห่งชาติในการให้ภาครัฐนำกัญชามาศึกษาวิจัยเพื่อใช้สารสกัดรักษาโรค หวังลดค่าใช้จ่ายผู้ป่วยและสร้างรายได้ให้เศรษฐกิจฐานราก โดยให้คัดเกษตรกรที่มีคุณภาพปลูกกัญชาในพื้นที่ควบคุม             นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ กล่าวว่า กรณีที่คณะรัฐมนตรี(ครม.)มีมติเห็นชอบในหลักการให้แก้ไขกฎหมายเพื่ออนุญาตให้นำกัญชามาใช้ทดลองวิจัยรักษาโรคในคนได้ ต้องขอบคุณรัฐบาลที่พยายามผลักดันเรื่องนี้  ทั้งนี้ การผลักดันปลดล็อคให้กัญชาเป็นพืชสมุนไพรเพื่อใช้รักษาโรคนับจากวันแรกที่เข้าพบอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พลเอกไพบูลย์ คุ้มฉายา ใช้เวลา 2 เกือบ 3 ปี กว่าเรื่องนี้จะเข้าสู่การพิจารณา ครม.ได้  และก็ต้องเชื่อว่าจากนี้ไปอีก 2-3 ปี ชาวบ้านถึงจะได้อานิสงส์ใช้กัญชารักษาโรคได้ นับเป็นการใช้เวลาเดินทางยาวนานมากน่าเสียดายที่ประเทศไทยเสียโอกาสไปมากขนาดนี้ อย่างไรก็ตาม เรื่องกัญชารักษาโรคหลายประเทศทั่วโลกได้แก้กฎหมายจนสามารถทำเป็นผลิตภัณฑ์ออกขายมาหลายปีแล้ว และมีเอกสารการวิจัยของสถาบันใหญ่ๆทั้งในอเมริกา แคนาดา อิสราเอล วิจัยจนได้รู้ถึงสูตรเคมี สรรพคุณ สารออกฤทธิ์ พร้อมยืนยันได้ว่าสามารถที่จะเยียวยาผู้ป่วยได้ถึง 100 กว่าโรค ก็น่าเสียดายหากประเทศไทยจะเริ่มต้นศึกษา หากนำเอกสารการวิจัยที่มีอยู่ทั้งโลกเพื่อที่จะเอามาดัดแปลงใช้ประโยชน์โดยไม่ต้องเริ่มต้นวิจัยใหม่จะสามารถสร้างคุณค่าได้อย่างรวดเร็ว ในขณะที่ผ่านมายังไม่เคยมีนักวิทยาศาสตร์ แพทย์ไทยคนไหนวิจัยจริงจังเลยเพราะเป็นเรื่องผิดกฎหมายมาตลอดหลายสิบปี น่าที่จะเอาความรู้จากทั่วโลกมาเริ่มต้นแล้วต่อยอด เพราะมีหลายผลิตภัณฑ์ที่จำหน่ายแล้วและทั้งหมดจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาเรียบร้อยหากจะเดินวัดรอยเท้าก็ไม่ทันการณ์  เราควรต้องศึกษาแล้วดัดแปลงเพื่อป้องกันปัญหาจากการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งมีทางออกเพื่อให้ผู้ป่วยได้รักษาและสามารถผลิตยาได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายไม่ถูกกฎหมายลิขสิทธิ์ทรัพย์สินทางปัญญาฟ้องร้องทีหลัง ในขณะที่คณะทำงานของสภาเกษตรกรฯได้เดินทางเข้าพบกับตัวแทนรัฐบาลสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวเมื่อเร็วๆนี้ ทางรัฐบาลลาวยินดีและอนุญาตให้นำเครื่องสกัดน้ำมันเพื่อเริ่มใช้รักษาผู้ป่วย และจะมีการจัดแปลงปลูกกัญชาเพื่อนำใบ , ยอดมาตากแห้งแล้วสกัดเป็นยา พร้อมยืนยันภายใน 3 เดือนจะแก้กฎหมายให้เสร็จซึ่งรัฐบาลประเทศลาวเริ่มดำเนินการและจะประกาศให้เป็นศูนย์กลางรักษาโรคด้วยกัญชาของเอเชีย นับว่าเขาขยับเร็วและเปิดช่องทางเร็วมาก  […]

สภาเกษตรกรฯประสานรัฐบาลจีนส่งทายาทเกษตรกรศึกษาการพัฒนาเศรษฐกิจไผ่ นำร่อง 5 คน

นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ เปิดเผยเรื่องการพัฒนาเศรษฐกิจไผ่ของประเทศไทยว่า หลังจากที่ทางรัฐบาลจีนได้เชิญตัวแทนคณะจากสภาเกษตรกรฯไปศึกษาดูงานด้านไผ่เป็นเวลา 10 วัน ที่ประเทศจีนเมื่อวันที่ 16 – 26  มีนาคม 2561  ได้เห็นนวัตกรรม การแปรรูปหลากหลายรูปแบบมากจากเศรษฐกิจชุมชนจนถึงเศรษฐกิจระดับโลก ซึ่งประเทศจีนได้จัดตั้งสถาบันวิจัยไผ่แห่งชาติเพื่อทำหน้าที่ในการวิจัยพัฒนาต่อยอดและเป็นพี่เลี้ยงให้กับเกษตรกรในกรณีที่ต้องการพัฒนาผลิตภัณฑ์ทั้งของเกษตรกร ชุมชน หรือแม้กระทั่งของบริษัทขนาดใหญ่รัฐบาลจะส่งนักวิจัยเข้าไปร่วมในการพัฒนาด้วย  รัฐบาลจีนเองอยากจะเห็นความร่วมมือของเกษตรกรของไทยและจีน  จึงขอให้ทางสภาเกษตรกรแห่งชาติจัดส่งเกษตรกรหรือทายาทเกษตรกรที่สนใจเรื่องไผ่ไปที่ประเทศจีนโดยทางสถาบันวิจัยไผ่แห่งชาติของจีนจะจัดคอร์สอบรมให้ ซึ่งบัดนี้สภาเกษตรกรแห่งชาติโดยสภาเกษตรกรจังหวัดได้จัดส่งทายาทเกษตรกรนำร่องไปแล้ว 5 คน จากจังหวัดเชียงใหม่ ลำปาง และบุรีรัมย์ ซึ่งจะใช้เวลาในการอบรม 2 เดือน พร้อมกับทายาทเกษตรกรประเทศอื่นๆเพื่อศึกษาตั้งแต่การเลือกสายพันธุ์ การปลูก การบำรุงรักษา การเก็บเกี่ยว การแปรรูปเบื้องต้นจนกระทั่งการแปรรูประดับสูง เมื่อยุวเกษตรกรทั้ง 5 คนกลับมาต้องสรุปเป็นเอกสาร รูปเล่ม จัดทำโครงการที่จะลงไปพัฒนานำร่องในเชิงพื้นที่ของตัวเองและสามารถพัฒนาเป็นศูนย์เรียนรู้หรือว่าเป็นศูนย์อบรมบ่มเพาะเกษตรกรให้รู้จักการแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่มด้วยไผ่ให้หลากหลายมากขึ้น และหากมีเกษตรกรหรือทายาทเกษตรกรให้ความสนใจเพิ่มมากขึ้นสภาเกษตรกรฯจะประสานสถาบันวิจัยไผ่แห่งชาติของจีนเพื่อนำส่งเกษตรกรหรือทายาทเกษตรกรเพิ่มเติมเป็นรุ่นต่อๆไป โดยต้องขอขอบคุณรัฐบาลจีนที่ให้การสนับสนุน หากเกษตรกรหรือทายาทเกษตรกรที่สนใจเรื่องไผ่ก็สามารถติดต่อประสานงานไปที่สภาเกษตรกรจังหวัดพื้นที่ของท่านหรือสำนักงานสภาเกษตรกรแห่งชาติได้ อย่างไรก็ตาม ในส่วนของประเทศไทยสภาเกษตรกรแห่งชาติได้มีการส่งเสริมการปลูกและแปรรูปไผ่ในหลายพื้นที่โดยเฉพาะสภาเกษตรกรจังหวัดลำปางเตรียมปลูกไผ่เพิ่มอีกอย่างน้อย  20,000 ต้น และได้ขึ้นเตาเผาถ่านขนาดเล็ก 1 เตา ขนาด 8 คิว  ที่ อ.แจ้ห่ม จ.ลำปาง […]

ประชุมนัดแรก “สมาคมสถาบันชาวนาไทย” ถกช่วยชาวนาพึ่งตนเองให้ครบวงจร

นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ ในฐานะนายกสมาคมสถาบันชาวนาไทย เปิดเผยภายหลังการประชุมนัดแรกเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2561 หลังทำการจดทะเบียนจัดตั้ง“สมาคมสถาบันชาวนาไทย” เสร็จเรียบร้อยเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2561 ว่า ในอดีตที่ผ่านมาทุกคนทราบดีว่าองค์กรชาวนาเป็นองค์กรที่ขาดเอกภาพที่สุด นายกรัฐมนตรีได้เอ่ยปากเรื่องชาวนาควรรวมตัวกันให้เป็นเอกภาพ เพื่อการทำข้อเสนอถึงรัฐบาลจะได้มีน้ำหนักและมีพลัง สภาเกษตรกรแห่งชาติเป็นองค์กรหลักของเกษตรกรจึงทำหน้าที่รวมพลังชาวนา จนปัจจุบันได้มีการรวมตัวกันของชาวนาจดทะเบียนจัดตั้ง“สมาคมสถาบันชาวนาไทย” เสร็จเรียบร้อยแล้ว ซึ่งสมาคมฯจะทำหน้าที่เป็นข้อต่อเชื่อมกับส่วนงานต่างๆ  รวบรวมความคิดของชาวนาในทุกภูมิภาคเพื่อนำเสนอในเชิงนโยบายถึงรัฐบาลเพื่อแก้ปัญหาชาวนาให้เบ็ดเสร็จและยั่งยืน รวมทั้งการพัฒนาอาชีพทั้งในด้านการเพิ่มคุณภาพผลผลิต  การลดต้นทุนด้วยวิธีผสมผสาน พัฒนาเป็นผู้ประกอบการ จัดช่องทางจำหน่าย ซึ่งมณฑลซานตงประเทศจีนได้สั่งออร์เดอร์แรกเป็นข้าวหอมมะลิเกรด A 100 ตัน  โดยได้รวบรวมจากชาวนาที่พร้อม เป็นข้าวคุณภาพดีได้ GAP เป็นการนำร่องก่อน  หลังจากนี้สมาคมฯจะผลักดันจัดส่งข้าวของชาวนาไปถึงมือผู้บริโภคที่ประเทศจีนด้วยจำนวนให้มากขึ้น  ทั้งนี้ สมาคมสถาบันชาวนาไทย ประกอบด้วยสมาชิก 3 ประเภทคือ 1 สมาชิกประเภทผู้ทรงคุณวุฒิ 2 สมาชิกประเภทเป็นองค์กร 3 สมาชิกประเภทชาวนาทั่วไป “ อยากเห็นชาวนาไทยลุกขึ้นมาปฏิรูปตัวเอง ปรับปรุงแก้ไขตัวเอง เพื่อที่จะวางแนวทางการผลิตใหม่ ให้เป็นข้าวที่มีคุณภาพสูง ให้เป็นข้าวที่ปลอดภัย ให้เป็นข้าวที่ผลิตด้วยต้นทุนต่ำลง เช่น การจัดทำศูนย์เครื่องจักรกลเกษตรในชุมชนตัวเอง […]

สภาเกษตรกรแห่งชาติเผยกระทรวงการคลังตอบข้อเสนอเรื่องการกำหนดให้หักค่าใช้จ่ายจากเงินได้พึงประเมิน ปี 2560

นายสิทธิพร จริยพงศ์ รองประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ เปิดเผยว่า ตามที่สภาเกษตรกรแห่งชาติ ได้ทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี เพื่อเสนอขอให้พิจารณาปรับปรุงการกำหนดค่าใช้จ่ายที่ยอมให้หักจากเงินได้พึงประเมินของภาคเกษตรกรรม ตามพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการกำหนดค่าใช้จ่ายที่ยอมให้หักจากเงินได้พึงประเมิน(ฉบับที่ 629)  พ.ศ.2560  จากกำหนดให้หักค่าใช้จ่ายโดยเหมาร้อยละ 60 เป็นกำหนดให้หักค่าใช้จ่ายโดยเหมาร้อยละ 85 เว้นแต่ผู้มีเงินได้จะแสดงหลักฐานต่อเจ้าพนักงานประเมินและพิสูจน์ได้ว่ามีค่าใช้จ่ายมากกว่านั้น ก็ยอมให้หักค่าใช้จ่ายได้ตามความจำเป็นและสมควร โดยขอให้การพิจารณาปรับปรุงมีผลบังคับใช้ในการยื่นแบบภาษีเงินได้ ปีปัจจุบัน ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้กระทรวงการคลังพิจารณาเรื่องนี้ ปรากฏว่ากระทรวงการคลังโดยกรมสรรพากรได้แจ้งเป็นหนังสือถึงสภาเกษตรกรแห่งชาติว่าการกำหนดให้หักค่าใช้จ่ายที่ยอมให้หักจากเงินได้พึงประเมินแบบเหมาจ่าย ไม่สามารถสะท้อนต้นทุนที่สูงของเกษตรกรได้ การที่เกษตรกรมีค่าใช้จ่ายในการประกอบอาชีพสูงนั้น การหักค่าใช้จ่ายตามความจำเป็นและสมควรจะสามารถสะท้อนต้นทุนได้ดีกว่า กรมสรรพากรจึงได้ดำเนินการให้คำแนะนำแก่เกษตรกรเพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการหักค่าใช้จ่ายตามความจำเป็นและสมควร และการจัดทำเอกสารหลักฐานที่สามารถหักเป็นรายจ่ายทางภาษี  นอกจากนี้ ได้จัดทำคู่มือการจัดทำเอกสารประกอบการลงบัญชีที่สามารถเป็นรายจ่ายทางภาษีได้  ซึ่งเรื่องนี้ที่ประชุมสภาเกษตรกรแห่งชาติ ครั้งที่ 2/2561 เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2561 ได้แสดงความกังวลต่อการจัดทำเอกสารหลักฐานประกอบการหักรายจ่ายทางภาษีของเกษตรกรจึงให้แจ้งผลการพิจารณาข้อเสนอนี้ต่อสภาเกษตรกรจังหวัดทราบ และขอรับฟังความคิดเห็นต่อผลกระทบกับเกษตรกรต่อไป …………………………………………………………….. ข่าว : วัฒนรินทร์ สุขีวัย ภาพ : สมชาย มารศรี อำนวยการข่าว : ภาสันต์ นุพาสันต์

สภาเกษตรกรแห่งชาติบูรณาการร่วมกระทรวงอุตสาหกรรม/ ธนาคาร SME.ชี้เกษตรกร ต้องผลิต แปรรูป การตลาด ให้ครบวงจร

สภาเกษตรกรแห่งชาติได้ร่วมกับกระทรวงอุตสาหกรรมและธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย(SME Development Bank)จัดสัมมนาเมื่อวันที่ 20 เมษายน 2561 ณ โรงแรมบรรจงบุรี เรื่อง “มาตรการสนับสนุนด้านสินเชื่อแก่กลุ่มเกษตรและเกษตรแปรรูป SME เกษตร” ภายใต้โครงการ “ปั้นนักธุรกิจอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป(SMEเกษตร)ตามแนวประชารัฐ” โดยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมนายสมชาย หาญหิรัญ ได้พบปะกลุ่มเกษตรแปรรูปในโครงการดังกล่าว พร้อมเปิดเผยว่า ประเทศไทยมีผลผลิตทางเกษตรค่อนข้างเยอะมากประเด็นปัญหาก็เยอะตามเช่นกัน ถ้าสามารถจัดการพืชผลทางการเกษตรให้มีมูลค่าที่สูงขึ้นได้เกษตรกรต้องเปลี่ยนวิธีคิด ต้องรอบรู้ว่าการผลิต , แปรรูป , การตลาดทำอย่างไร ความสำเร็จจะเกิดขึ้นได้ไม่ยาก กระทรวงอุตสาหกรรมเองพร้อมเป็นศูนย์กลางประสานงานให้กับเกษตรกรที่พร้อมจะปรับเปลี่ยน        นายสิทธิพร จริยพงศ์ รองประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ และประธานสภาเกษตรกรจังหวัดสุราษฎร์ธานี เปิดเผยภายหลังร่วมเปิดโครงการว่า สภาเกษตรกรแห่งชาติทำหน้าที่เป็นตัวเชื่อมประสานเพื่อให้สภาเกษตรกรจังหวัดต่างๆขับเคลื่อนตามแนวทางที่ได้ตกลงกับหน่วยงานนั้นๆกลุ่มเกษตรกรที่ต้องการยกฐานะเป็นผู้ประกอบการต้องเตรียมตัว กลุ่มไหนที่พร้อมกลุ่มนั้นเดินไปก่อนเพื่อเป็นแบบอย่าง กลุ่มไหนที่ยังไม่พร้อมก็เตรียมตัวเพื่อให้เข้าสู่โครงการฯได้ หากเกษตรกรทำการเกษตรแบบครบวงจรคือผลิต,แปรรูปและการตลาดด้วยตนเองก็สามารถที่จะสร้างมูลค่าและความยั่งยืนในการประกอบอาชีพได้ ปัญหาอุปสรรคอันดับแรกคือความพร้อมของเกษตรกร ในอนาคตจะมุ่งผลิตอย่างเดียวไม่ได้ หากติดขัดสภาเกษตรกรแห่งชาติ สภาเกษตรกรจังหวัดจะเป็นพี่เลี้ยงประสานหน่วยงานคอยช่วยเหลือเกษตรกรให้เดินได้ด้วยความมั่นใจและยั่งยืน ด้านนายวรมิตร ครุฑโต รองกรรมการผู้จัดการธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย(SME Development Bank) กล่าวปิดท้ายว่า SME BANK สนับสนุนกลุ่มเกษตรกรให้ทำการแปรรูปผลิตผลการเกษตร โดยรัฐบาลได้มอบให้ธนาคารฯจัดวงเงิน “สินเชื่อเศรษฐกิจติดดาว” วงเงินทั้งหมด 5 หมื่นล้านบาทและระบุเลยว่า […]

สำนักงานสภาเกษตรกรแห่งชาติจดอนุสิทธิบัตรการเลี้ยงกุ้งอิงธรรมชาติ

ว่าที่ร้อยตรีสมพูนทรัพย์ กล้าวิกรณ์ เลขาธิการสภาเกษตรกรแห่งชาติ เปิดเผยว่า เนื่องจากนายเดชา บรรลือเดช ผู้ทรงคุณวุฒิด้านประมง สมาชิกสภาเกษตรกรแห่งชาติได้ศึกษา ค้นคว้า ทดลองเรื่องการเลี้ยงกุ้งที่สามารถแก้ไขปัญหาโรคต่างๆในระบบเลี้ยงกุ้ง โดยเฉพาะโรคกุ้งตายด่วน(EMS)ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังได้ผลผลิตกุ้งเพิ่มขึ้น ปลอดภัยจากสารเคมีตกค้าง ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ช่วยให้เกษตรกรรายย่อยประกอบอาชีพเลี้ยงกุ้งได้อย่างยั่งยืน โดยเมื่อวันที่ 13-14 มีนาคม 2559  ในงาน “สานพลังประชารัฐสร้างเศรษฐกิจฐานรากขับเคลื่อนการพัฒนาเกษตรกรและภาคเกษตรกรรม สู่ความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” จัดโดยสภาเกษตรกรแห่งชาติที่เมืองทองธานี รองนายกรัฐมนตรีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เป็นประธานพิธีเปิด ภายในงานสภาเกษตรกรฯได้จัดแสดงการเลี้ยงกุ้งรูปแบบอิงธรรมชาติและได้รับการแนะนำจากรองนายกรัฐมนตรีว่าการเลี้ยงกุ้งรูปแบบอิงธรรมชาติเป็นแนวทางแก้ไขปัญหาการเลี้ยงกุ้งที่สำคัญและยั่งยืน เห็นควรให้สภาเกษตรกรแห่งชาติดำเนินการจดสิทธิบัตรเป็นทรัพย์สินทางปัญญา  สภาเกษตรกรแห่งชาติจึงได้นำเรื่องดังกล่าวเข้าที่ประชุมและมีมติแต่งตั้งคณะอนุกรรมการดำเนินงานการจดสิทธิบัตรทรัพย์สินทางปัญญาบ่อสาธิตวิธีการเลี้ยงกุ้งรูปแบบอิงธรรมชาติ ซึ่งประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิด้านประมงจากสภาเกษตรกรแห่งชาติ ผู้แทนจากกรมทรัพย์สินทางปัญญา ผู้แทนคณะประมงจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผู้แทนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนงานวิจัย และผู้แทนจากกรมประมง โดยสำนักงานสภาเกษตรกรแห่งชาติเป็นเลขานุการดำเนินการจัดประชุม และดำเนินการยื่นคำขอจดอนุสิทธิบัตรทรัพย์สินทางปัญญา โดยการดำเนินงานนั้นสภาเกษตรกรฯได้ดำเนินการขอยกเว้นการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมสำหรับการขอรับสิทธิบัตร หรืออนุสิทธิบัตร ซึ่งได้รับการยกเว้นเรียบร้อยแล้ว เนื่องจากสำนักงานสภาเกษตรกรแห่งชาติเป็นหน่วยงานของรัฐ และการดำเนินการยื่นคำขอรับอนุสิทธิบัตรการประดิษฐ์ในชื่อ “บ่อเลี้ยงกุ้งและกระบวนการเลี้ยงกุังอิงธรรมชาติระบบน้ำหมุนเวียนแบบปิด” ได้รับการตรวจสอบการประดิษฐ์จากกรมทรัพย์สินทางปัญญาเรียบร้อยแล้ว พร้อมทั้งได้แก้ไขข้อถือสิทธิเพิ่มเติมจากเดิมคือ 2 ข้อถือสิทธิ เป็น 5 ข้อถือสิทธิ เพื่อให้ครอบคลุมสิทธิมากที่สุด ซึ่งสภาเกษตรกรฯได้จัดทำข้อเสนอเพิ่มเติมเสร็จเรียบร้อยแล้ว และเตรียมเสนอกรมทรัพย์สินทางปัญญาจดอนุสิทธิบัตรเพื่อให้เป็นสมบัติของสภาเกษตรกรฯนำเผยแพร่ให้กับพี่น้องเกษตรกรที่สนใจการเลี้ยงกุ้งด้วยวิธีอิงธรรมชาติดังกล่าวดำเนินการต่อไป ด้านนายเดชา […]

สภาเกษตรกรฯขับเคลื่อนโครงการ “ 1 ตำบล 1 นวัตกรรมเกษตร ” ร่วม วว. ต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่น ต้นทุนลด ผลผลิตเพิ่ม ยืดอายุเก็บรักษา

ว่าที่ร้อยตรีสมพูนทรัพย์ กล้าวิกรณ์ เลขาธิการสภาเกษตรกรแห่งชาติ ได้กล่าวว่า ในปี 2561 สภาเกษตรกรแห่งชาติร่วมกับสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) พัฒนาต่อยอดจากการทำแผนตำบลกับองค์กรเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนกับสภาเกษตรกรจังหวัดทุกจังหวัด ด้วยโครงการ “1 ตำบล 1 นวัตกรรมเกษตร” เริ่มตั้งแต่เดือนมีนาคม – กันยายน 2561 เพื่อผนวกการใช้ทรัพยากรและภูมิปัญญาท้องถิ่นเข้ากับความคิดสร้างสรรค์ และองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อสร้างนวัตกรรมทางการเกษตรที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว รวมทั้งพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานให้กับสินค้าและบริการจนสามารถยกระดับจากผู้ผลิตที่ตอบสนองความต้องการระดับท้องถิ่น สู่ผู้ผลิตระดับ SMEs ที่สามารถตอบสนองความต้องการของตลาดในระดับสากลได้ นำไปสู่การสร้างงาน สร้างรายได้ สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับชุมชน ท้องถิ่น รวมทั้งเป็นกลไกในการพัฒนาเศรษฐกิจระดับฐานรากของประเทศ ด้วยเป้าหมายเพื่อต้นทุนการผลิตลดลง ผลผลิตเพิ่มขึ้น 20%  , อายุการเก็บรักษาผลิตผลนานขึ้น 10%   ใน 878 ตำบล 300 องค์กรเกษตร 200 นวัตกรรม เกษตรกร 10,000 รายทั่วประเทศ  เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการควรใช้โอกาสนี้ด้วยความตั้งใจแล้วนำเอานวัตกรรมที่ วว.ถ่ายทอดองค์ความรู้ให้ไปใช้ประโยชน์ โดยสภาเกษตรกรตั้งเป้าอย่างน้อย 20% มากกว่านั้นยิ่งดี ขอให้เกษตรกรทำให้บรรลุผลสำเร็จตามที่ทางสภาเกษตรกรฯและวว.ได้ร่วมกันจัดโครงการดังกล่าวให้กับพี่น้องเกษตรกรทั่วประเทศ ซึ่งจะเป็นการส่งเสริมให้ประเทศไทยยังคงเป็นประเทศเกษตรกรรมและเป็นฐานการผลิตสำคัญในการป้อนผลิตผลเกษตรสู่ครัวโลกต่อไป   […]

สภาเกษตรกรฯร่วม ปปส.ขับเคลื่อนดำเนินงานเครือข่ายเกษตรกรอาสาพัฒนาประชารัฐระดับหมู่บ้าน/ชุมชน ปี 61 เพื่อป้องกัน รณรงค์ เผยแพร่ ปชส.ให้ตระหนักพิษภัยยาเสพติด

ว่าที่ร้อยตรีสมพูนทรัพย์ กล้าวิกรณ์ เลขาธิการสภาเกษตรกรแห่งชาติ ได้กล่าวว่า ตามที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ปปส.) ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจร่วมกับสำนักงานสภาเกษตรกรแห่งชาติ (สกช.) ว่าด้วยความร่วมมือในการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดเพื่อสร้างหมู่บ้าน/ชุมชนมั่นคง ปลอดภัยยาเสพติด เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2559 จึงได้จัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานเครือข่ายเกษตรกรอาสาพัฒนาประชารัฐระดับหมู่บ้านและชุมชนปี 2561 ต่อยอดร่วมในการทำความเข้าใจทั้ง 2 ฝ่าย ระหว่างวันที่ 22-23 มีนาคม 2561 ณ โรงแรมรามาการ์เดนส์ กรุงเทพฯ โดยมีสาระสำคัญคือ เพื่อประสานความร่วมมือดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาล ป้องกันแก้ไขปัญหายาเสพติดในจังหวัด อำเภอ ตำบล หมู่บ้านและชุมชน , ให้ความรู้โทษภัยยาเสพติดแก่เกษตรกร , พัฒนาเกษตรกรเป็นแกนนำเฝ้าระวัง ป้องกันปัญหายาเสพติดในหมู่บ้าน/ชุมชน , มีส่วนร่วมในการชักชวน แนะนำ เข้าสู่กระบวนการบำบัดและช่วยเหลือเยียวยาหลังบำบัด ,  และเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารและประชาสัมพันธ์นโยบายแก้ปัญหายาเสพติดในชุมชนหมู่บ้าน  โดยสภาเกษตรกรจังหวัดแต่ละจังหวัดจะเลือกพื้นที่เป้าหมายเพื่อทำงานร่วมกับ ปปส.ภาคทั้ง 9 ภาค ตั้งแต่เดือนเมษายน – กันยายน 2561 ประเมินและรายงานผล เพื่อเป็นข้อมูลและโมเดลที่จะดำเนินโครงการขยายผลต่อไปในปี 2562   ทั้งนี้ […]

1 2 3 6