สำนักงานสภาเกษตรกรแห่งชาติจดอนุสิทธิบัตรการเลี้ยงกุ้งอิงธรรมชาติ

ว่าที่ร้อยตรีสมพูนทรัพย์ กล้าวิกรณ์ เลขาธิการสภาเกษตรกรแห่งชาติ เปิดเผยว่า เนื่องจากนายเดชา บรรลือเดช ผู้ทรงคุณวุฒิด้านประมง สมาชิกสภาเกษตรกรแห่งชาติได้ศึกษา ค้นคว้า ทดลองเรื่องการเลี้ยงกุ้งที่สามารถแก้ไขปัญหาโรคต่างๆในระบบเลี้ยงกุ้ง โดยเฉพาะโรคกุ้งตายด่วน(EMS)ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังได้ผลผลิตกุ้งเพิ่มขึ้น ปลอดภัยจากสารเคมีตกค้าง ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ช่วยให้เกษตรกรรายย่อยประกอบอาชีพเลี้ยงกุ้งได้อย่างยั่งยืน โดยเมื่อวันที่ 13-14 มีนาคม 2559  ในงาน “สานพลังประชารัฐสร้างเศรษฐกิจฐานรากขับเคลื่อนการพัฒนาเกษตรกรและภาคเกษตรกรรม สู่ความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” จัดโดยสภาเกษตรกรแห่งชาติที่เมืองทองธานี รองนายกรัฐมนตรีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เป็นประธานพิธีเปิด ภายในงานสภาเกษตรกรฯได้จัดแสดงการเลี้ยงกุ้งรูปแบบอิงธรรมชาติและได้รับการแนะนำจากรองนายกรัฐมนตรีว่าการเลี้ยงกุ้งรูปแบบอิงธรรมชาติเป็นแนวทางแก้ไขปัญหาการเลี้ยงกุ้งที่สำคัญและยั่งยืน เห็นควรให้สภาเกษตรกรแห่งชาติดำเนินการจดสิทธิบัตรเป็นทรัพย์สินทางปัญญา  สภาเกษตรกรแห่งชาติจึงได้นำเรื่องดังกล่าวเข้าที่ประชุมและมีมติแต่งตั้งคณะอนุกรรมการดำเนินงานการจดสิทธิบัตรทรัพย์สินทางปัญญาบ่อสาธิตวิธีการเลี้ยงกุ้งรูปแบบอิงธรรมชาติ ซึ่งประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิด้านประมงจากสภาเกษตรกรแห่งชาติ ผู้แทนจากกรมทรัพย์สินทางปัญญา ผู้แทนคณะประมงจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผู้แทนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนงานวิจัย และผู้แทนจากกรมประมง โดยสำนักงานสภาเกษตรกรแห่งชาติเป็นเลขานุการดำเนินการจัดประชุม และดำเนินการยื่นคำขอจดอนุสิทธิบัตรทรัพย์สินทางปัญญา โดยการดำเนินงานนั้นสภาเกษตรกรฯได้ดำเนินการขอยกเว้นการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมสำหรับการขอรับสิทธิบัตร หรืออนุสิทธิบัตร ซึ่งได้รับการยกเว้นเรียบร้อยแล้ว เนื่องจากสำนักงานสภาเกษตรกรแห่งชาติเป็นหน่วยงานของรัฐ และการดำเนินการยื่นคำขอรับอนุสิทธิบัตรการประดิษฐ์ในชื่อ “บ่อเลี้ยงกุ้งและกระบวนการเลี้ยงกุังอิงธรรมชาติระบบน้ำหมุนเวียนแบบปิด” ได้รับการตรวจสอบการประดิษฐ์จากกรมทรัพย์สินทางปัญญาเรียบร้อยแล้ว พร้อมทั้งได้แก้ไขข้อถือสิทธิเพิ่มเติมจากเดิมคือ 2 ข้อถือสิทธิ เป็น 5 ข้อถือสิทธิ เพื่อให้ครอบคลุมสิทธิมากที่สุด ซึ่งสภาเกษตรกรฯได้จัดทำข้อเสนอเพิ่มเติมเสร็จเรียบร้อยแล้ว และเตรียมเสนอกรมทรัพย์สินทางปัญญาจดอนุสิทธิบัตรเพื่อให้เป็นสมบัติของสภาเกษตรกรฯนำเผยแพร่ให้กับพี่น้องเกษตรกรที่สนใจการเลี้ยงกุ้งด้วยวิธีอิงธรรมชาติดังกล่าวดำเนินการต่อไป ด้านนายเดชา […]

สภาเกษตรกรฯขับเคลื่อนโครงการ “ 1 ตำบล 1 นวัตกรรมเกษตร ” ร่วม วว. ต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่น ต้นทุนลด ผลผลิตเพิ่ม ยืดอายุเก็บรักษา

ว่าที่ร้อยตรีสมพูนทรัพย์ กล้าวิกรณ์ เลขาธิการสภาเกษตรกรแห่งชาติ ได้กล่าวว่า ในปี 2561 สภาเกษตรกรแห่งชาติร่วมกับสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) พัฒนาต่อยอดจากการทำแผนตำบลกับองค์กรเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนกับสภาเกษตรกรจังหวัดทุกจังหวัด ด้วยโครงการ “1 ตำบล 1 นวัตกรรมเกษตร” เริ่มตั้งแต่เดือนมีนาคม – กันยายน 2561 เพื่อผนวกการใช้ทรัพยากรและภูมิปัญญาท้องถิ่นเข้ากับความคิดสร้างสรรค์ และองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อสร้างนวัตกรรมทางการเกษตรที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว รวมทั้งพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานให้กับสินค้าและบริการจนสามารถยกระดับจากผู้ผลิตที่ตอบสนองความต้องการระดับท้องถิ่น สู่ผู้ผลิตระดับ SMEs ที่สามารถตอบสนองความต้องการของตลาดในระดับสากลได้ นำไปสู่การสร้างงาน สร้างรายได้ สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับชุมชน ท้องถิ่น รวมทั้งเป็นกลไกในการพัฒนาเศรษฐกิจระดับฐานรากของประเทศ ด้วยเป้าหมายเพื่อต้นทุนการผลิตลดลง ผลผลิตเพิ่มขึ้น 20%  , อายุการเก็บรักษาผลิตผลนานขึ้น 10%   ใน 878 ตำบล 300 องค์กรเกษตร 200 นวัตกรรม เกษตรกร 10,000 รายทั่วประเทศ  เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการควรใช้โอกาสนี้ด้วยความตั้งใจแล้วนำเอานวัตกรรมที่ วว.ถ่ายทอดองค์ความรู้ให้ไปใช้ประโยชน์ โดยสภาเกษตรกรตั้งเป้าอย่างน้อย 20% มากกว่านั้นยิ่งดี ขอให้เกษตรกรทำให้บรรลุผลสำเร็จตามที่ทางสภาเกษตรกรฯและวว.ได้ร่วมกันจัดโครงการดังกล่าวให้กับพี่น้องเกษตรกรทั่วประเทศ ซึ่งจะเป็นการส่งเสริมให้ประเทศไทยยังคงเป็นประเทศเกษตรกรรมและเป็นฐานการผลิตสำคัญในการป้อนผลิตผลเกษตรสู่ครัวโลกต่อไป   […]

สภาเกษตรกรฯร่วม ปปส.ขับเคลื่อนดำเนินงานเครือข่ายเกษตรกรอาสาพัฒนาประชารัฐระดับหมู่บ้าน/ชุมชน ปี 61 เพื่อป้องกัน รณรงค์ เผยแพร่ ปชส.ให้ตระหนักพิษภัยยาเสพติด

ว่าที่ร้อยตรีสมพูนทรัพย์ กล้าวิกรณ์ เลขาธิการสภาเกษตรกรแห่งชาติ ได้กล่าวว่า ตามที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ปปส.) ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจร่วมกับสำนักงานสภาเกษตรกรแห่งชาติ (สกช.) ว่าด้วยความร่วมมือในการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดเพื่อสร้างหมู่บ้าน/ชุมชนมั่นคง ปลอดภัยยาเสพติด เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2559 จึงได้จัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานเครือข่ายเกษตรกรอาสาพัฒนาประชารัฐระดับหมู่บ้านและชุมชนปี 2561 ต่อยอดร่วมในการทำความเข้าใจทั้ง 2 ฝ่าย ระหว่างวันที่ 22-23 มีนาคม 2561 ณ โรงแรมรามาการ์เดนส์ กรุงเทพฯ โดยมีสาระสำคัญคือ เพื่อประสานความร่วมมือดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาล ป้องกันแก้ไขปัญหายาเสพติดในจังหวัด อำเภอ ตำบล หมู่บ้านและชุมชน , ให้ความรู้โทษภัยยาเสพติดแก่เกษตรกร , พัฒนาเกษตรกรเป็นแกนนำเฝ้าระวัง ป้องกันปัญหายาเสพติดในหมู่บ้าน/ชุมชน , มีส่วนร่วมในการชักชวน แนะนำ เข้าสู่กระบวนการบำบัดและช่วยเหลือเยียวยาหลังบำบัด ,  และเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารและประชาสัมพันธ์นโยบายแก้ปัญหายาเสพติดในชุมชนหมู่บ้าน  โดยสภาเกษตรกรจังหวัดแต่ละจังหวัดจะเลือกพื้นที่เป้าหมายเพื่อทำงานร่วมกับ ปปส.ภาคทั้ง 9 ภาค ตั้งแต่เดือนเมษายน – กันยายน 2561 ประเมินและรายงานผล เพื่อเป็นข้อมูลและโมเดลที่จะดำเนินโครงการขยายผลต่อไปในปี 2562   ทั้งนี้ […]

สภาเกษตรกรฯพาบุตรหลานเกษตรกรเรียนต่อ ม.แม่โจ้ สำเร็จ 111 คน

ว่าที่ร้อยตรีสมพูนทรัพย์ กล้าวิกรณ์ เลขาธิการสภาเกษตรกรแห่งชาติ กล่าวว่า บทบาทภารกิจของสภาเกษตรกรแห่งชาติคือการดำรงไว้ซึ่งภาคเกษตรกรรม การเปิดโอกาสให้บุตรหลานของเกษตรกรได้เข้าถึงการศึกษาในมหาวิทยาลัยชั้นนำด้านการเกษตรของประเทศนั้นจะทำให้เกิดทายาทเกษตรกรทดแทนเกษตรกรในปัจจุบันที่มีอายุเฉลี่ยใกล้ 60 ปี ซึ่งหากประเทศไทยยังไม่หันกลับมานำบุตรหลานเข้ามาศึกษาด้านการเกษตรจะนำสู่ความเสี่ยงต่อการสูญเสียความเป็นประเทศเกษตรกรรม ,  ความเป็นศูนย์กลางผลไม้เขตร้อนของโลก , การเป็นครัวโลก และที่สำคัญที่ดินที่ใช้ทำการเกษตรจะสูญเสียไปเนื่องจากเยาวชนคนไทยจำนวนมากมีความคิดปฏิเสธเกษตรกรรม สภาเกษตรกรแห่งชาติจึงประสานงานกับหน่วยงานต่างๆโดยเฉพาะทางด้านการศึกษา เพื่อจัดการเรียนรู้ด้านการเกษตรตั้งแต่ระดับประถมศึกษาให้นักเรียนได้เรียนรู้จากเกษตรกรต้นแบบ ต่อเนื่องด้วยการประสานกับวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีในการส่งเสริมให้เกษตรกรรุ่นใหม่ได้พัฒนาความรู้เพื่อนำไปพัฒนาการประกอบอาชีพเกษตรกรรม และสำหรับในระดับอุดมศึกษาได้ประสานงานกับมหาวิทยาลัยแม่โจ้ โดยเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2561 มหาวิทยาลัยแม่โจ้ได้ประกาศผลการคัดเลือกนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 หรือประกาศนียบัตรวิชาชีพ ปวช.ที่เป็นบุตรหลานของเกษตรกรเข้าศึกษาต่อโดยไม่ต้องสอบในระดับปริญญาตรีหลักสูตร 4 และ 5 ปี ในปีการศึกษา 2561 โดยการประกาศผลครั้งนี้มีรายชื่อของบุตรหลานเกษตรกรที่สภาเกษตรกรจังหวัดทั่วประเทศได้คัดเลือกในเบื้องต้นแล้วส่งให้มหาวิทยาลัยเป็นผู้คัดเลือก ผ่านการคัดเลือกจำนวนทั้งสิ้น 111 คน  14 คณะ ได้แก่ คณะผลิตกรรมการเกษตร 29 คน  / คณะวิทยาลัยพลังงานทดแทน 2 คน / คณะสัตวศาสตร์และเทคโนโลยี 26 คน / คณะเทคโนโลยีการประมงและทรัพยากรทางน้ำ 5 คน / […]

สภาเกษตรกรแห่งชาติเปิดโครงการนำร่องฝึกแรงงานและลูกเรือประมงไทย

นายสิทธิพร  จริยพงศ์ รองประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ กล่าวภายหลังเป็นประธานเปิดการอบรม “โครงการนำร่องฝึกแรงงานและลูกเรือประมงไทย” ณ สำนักงานฝ่ายฝึกอบรม ศูนย์พัฒนาการประมงแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้(SEAFDEC) ว่า จากปัญหาการขาดแคลนแรงงานในภาคการประมงที่ต้องพึ่งพาแรงงานต่างด้าวเป็นหลัก  นำไปสู่ปัญหาในด้านต่าง ๆ ตามมาหลายประการ เช่น สหภาพยุโรป (EU) กลุ่มประเทศคู่ค้าสินค้าประมงที่สำคัญของไทย มองว่าประเทศไทยมีการใช้แรงงานที่ไม่เหมาะสม เป็นการทำการประมงที่ผิดกฎหมายขาดการรายงานและไร้การควบคุม (Illegal unreported and Unregulated Fishisg : IUU Fishing) มีการกดขี่ใช้แรงงานและค้ามนุษย์ (Slavery at Sea/Trafficking in Person) ซึ่งส่งผลด้านลบต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทยและจะยังคงถูกจัดอันดับความน่าเชื่อถือจากประเทศคู่ค้าเป็นประเทศที่ต้องเฝ้าจับตามองต่อไป (Tier 2 watch list)  เป็นต้น   สภาเกษตรกรแห่งชาติได้เล็งเห็นปัญหาดังกล่าว จึงได้ดำเนินการประสานงานหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องจัดตั้งเป็นคณะทำงาน เพื่อพิจารณาหารือแนวทางจัดตั้งศูนย์ฝึกแรงงานและลูกเรือประมงไทย ตามคำสั่งสภาเกษตรกรแห่งชาติ ที่ 14/2560 ลงวันที่ 31 สิงหาคม 2560 เรื่อง แต่งตั้งคณะทำงานโครงการจัดตั้งศูนย์ฝึกแรงงานและลูกเรือประมงไทย โดยมีหน้าที่รวบรวม สรุปข้อมูลต่าง ๆ  […]

ประธานสภาเกษตรกรฯแนะการสร้างเศรษฐกิจจากการปลูกต้นไม้ ควรสร้างแรงจูงใจด้วยวิธีการหลากหลายพร้อมวางแผนธุรกิจ

นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ กล่าวว่า ได้มีโอกาสเข้าร่วมเสวนา เรื่อง “กลยุทธ์สร้างแรงจูงใจ ส่งเสริมไม้เศรษฐกิจให้ถึงเป้า” จัดโดยคณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บนเวทีได้นำเสนอเรื่องการสร้างแรงจูงใจในการสร้างเศรษฐกิจจากการปลูกต้นไม้ สิ่งสำคัญที่สุดต้องให้คนปลูกหรือเกษตรกรสามารถสร้างรายได้จากการปลูกต้นไม้อย่างเป็นรูปธรรม การปลูกต้นไม้ส่วนใหญ่จะเป็นการสร้างรายได้ในระยะยาวเพราะต้นไม้บางชนิดใช้เวลา 10 – 30 ปีถึงจะเริ่มมีรายได้  จึงต้องสร้างแรงจูงใจโดยวิธีการที่หลากหลาย อาทิเช่น การทำแผนธุรกิจที่เหมาะสมสอดคล้อง การมีพืชหรือกิจกรรมทางเศรษฐกิจหลากหลาย การออกแบบให้มีการสร้างรายได้ระยะสั้นๆให้พี่น้องเกษตรกรมีแรงจูงใจและสามารถที่จะนำไปประกอบการได้อย่างเป็นรูปธรรม เช่น ปลูกไผ่ควบคู่กับไม้ยืนต้นก็สามารถสร้างรายได้ในระยะปานกลางได้ ไผ่ปลูก 3 ปี  ปีที่ 4 ก็เริ่มเก็บทำประโยชน์ จึงเป็นพืชตัวแปรช่วงเปลี่ยนผ่านให้กับเกษตรกรที่สนใจในการปลูกไม้ยืนต้นได้   ถ้าเชิญชวนพี่น้องเกษตรกรปลูกไม้ยืนต้นโดยไม่คำนึงถึงความเป็นอยู่ก่อนจะมีรายได้จากไม้ยืนต้น เกษตรกรจะไม่มีกำลังในการดูแลตนเอง,ครอบครัว จนกว่าจะสร้างรายได้ขึ้นมา เมื่อไหร่ไม้ยืนต้นเปลี่ยนเป็นเงินได้เมื่อนั้นก็จะเริ่มมีความมั่นคงมากขึ้นเพราะไม้ยืนต้นหลายชนิดมีมูลค่าสูง  ยกตัวอย่างฟาร์มเพชรล้านนาที่ จ.ลำปาง ได้ออกแบบธุรกิจไว้เป็นรายได้ 4 ระดับ มีรายได้เป็นเงินสดรายวัน เช่น ขายไข่ ไก่ไข่ หน่อไม้ พืชผัก ,  รายเดือน เช่น  ขายลูกหมู  ขายลูกไก่พื้นเมือง ไก่ขุน , รายปี เช่น […]

“ประพัฒน์”เข้าพบฑูตจีนวางแผนการผลิตสินค้าเกษตรสร้างความยั่งยืนให้เกษตรกรทั้งสองประเทศ

นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ เปิดเผยว่า เมื่อวันพุธที่ 21 กุมภาพันธ์ 2561 ได้รับเชิญจากฯพณฯ ลวี่เจี้ยน เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย เพื่อหารือในการสร้างความร่วมมือกันระหว่างเกษตรกรของประเทศไทยและประเทศจีน การแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างเกษตรกรทั้งสองประเทศ รวมถึงการแลกเปลี่ยนข้อมูลในระยะยาวโดยได้เสนอให้มีการวางแผนการผลิตร่วมกัน สินค้าเกษตรตัวไหนที่ประเทศจีนผลิตได้ดีกว่าต้นทุนถูกกว่า เกษตรกรไทยก็ควรหลีกเลี่ยงไม่ปลูกหรือผลิตแข่ง  สินค้าตัวไหนที่เกษตรกรไทยผลิตได้ดีกว่าต้นทุนถูกกว่าคุณภาพดีกว่า จีนก็ไม่ควรปลูกหรือผลิตแข่งเช่นกันเพราะจะทำให้เกิดการแย่งชิงตลาดกันเอง โดยจะหารือในรายละเอียดต่อไป  อย่างไรก็ตาม  นายลวี่เจี้ยนให้ความสนใจเรื่องความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ  โดยเฉพาะอยากจะเห็นเกษตรกรทั้งสองประเทศร่วมมือกันพัฒนาอย่างสร้างสรรค์ซึ่งโดยรวมน่าจะเป็นประโยชน์ในระยะยาวและสร้างความยั่งยืนให้กับทั้งสองประเทศ  ส่วนปัญหาความเหลื่อมล้ำในภาคเกษตรโดยเฉพาะปัญหาล้งจีนที่ขาดการควบคุม และกำลังครอบงำการตลาดผลไม้ของประเทศไทยเกือบทุกจังหวัด  ได้เสนอไปว่าควรสร้างความร่วมมือและการรับรู้ทั้งสองฝ่าย อาทิเช่น คนจีนที่จะมาเปิดล้ง สถานทูตจีนควรรับรองให้ด้วย  ด้านรัฐบาลไทยควรมีขั้นตอนระเบียบในการปฏิบัติ ซึ่งเรื่องนี้ได้มีการหารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ของไทยแล้ว  ในอนาคตควรมีการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการของล้งจีนทั้งหมด และต้องวางกรอบกติกาในการทำงานร่วมกัน หากมีปัญหาประเทศจีนต้องร่วมรับผิดชอบด้วย  ซึ่งทั้งหมดนายลวี่เจี้ยนเห็นด้วย และสภาเกษตรกรฯได้อาสาขอเป็นผู้ประสานให้สถานทูตจีน , ทูตพาณิชย์จีนให้ได้มีโอกาสพูดคุยกับตัวแทนของกระทรวงพาณิชย์ไทย โดยสภาเกษตรกรฯได้หารือและแจ้งอธิบดีกรมการค้าภายในทราบแล้ว     การแลกเปลี่ยนถึงแนวทางที่สภาเกษตรกรฯได้ทำเรื่องเสนอไปถึงรัฐบาลเรื่องการจัดทำยุทธศาสตร์เพื่อแก้ปัญหานี้ นายลวี่เจี้ยนบอกว่าประธานาธิบดีสี จิ้นผิงได้มีแนวทางในการแก้ปัญหาเรื่องความเหลื่อมล้ำนี้เช่นเดียวกัน พร้อมกันนี้ได้รับเชิญจากทางรัฐบาลจีนไปศึกษาดูงานด้านเกษตรและเครื่องจักรกลเกษตรที่ประเทศจีนในระหว่างวันที่ 16 – 26  มีนาคม 2561 ในเรื่องวิทยาการการผลิตและแปรรูปเห็ด ,การผลิตและการแปรรูปอุตสาหกรรมไผ่ที่มณฑลเจ้อเจียง ซึ่งประเทศจีนมีความก้าวหน้าเป็นอย่างมาก  โดยเฉพาะเรื่องเครื่องจักรกลเกษตรซึ่งจะนำมาใช้ประโยชน์ได้ ด้วยประเทศจีนมีการพัฒนาไปไกลและมีมาตรฐานสูงขึ้นมาก  โดยหลังกลับจากประเทศจีนแล้วจะสรุปความร่วมมืออย่างใกล้ชิด   ทั้งนี้ ได้เชิญนายลวี่เจี้ยนร่วมดูงานการเกษตรของประเทศไทยในพื้นที่ต่างๆ […]

สภาเกษตรกรแห่งชาติประสานความร่วมมือ ”ปั้นนักธุรกิจอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปไทย” เป้าหมาย 55,000 ราย

นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ กล่าวภายหลังร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการ “ปั้นนักธุรกิจอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปไทย (SMEs เกษตร) ตามแนวประชารัฐ” ระหว่าง สภาเกษตรกรแห่งชาติ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เมื่อวันอังคารที่ 13 กุมภาพันธ์ 2561 ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ว่า นับเป็นวันประวัติศาสตร์ที่สภาเกษตรกรฯได้สร้างความร่วมมือในเรื่องการพัฒนาเกษตรกรให้เป็นผู้ประกอบการ ในอดีตไม่มีหน่วยงานไหนให้ความร่วมมือหรือว่าผลักดันในระดับนโยบาย คราวนี้นับเป็นโอกาสดีมากที่ทางกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยได้เอื้อมมือเข้ามาเห็นด้วยกับปัญหาของประเทศ จึงได้เกิดความร่วมมือกัน 3 หน่วยงาน และมีแผนการทำงานอย่างชัดเจน โดยกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมได้ของบประมาณมาแล้วส่วนหนึ่งเพื่อมาปรับตัวเกษตรกรเป้าหมาย 55,000 ราย ภายในปีนี้เพื่อปั้นให้เป็นผู้ประกอบการพร้อมๆกับมีเงินทุนในการปรับเปลี่ยนการผลิต แปรรูปสินค้าเกษตรของตัวเอง ซึ่งทางสภาเกษตรกรฯจะเชื่อมโยงกับทุกส่วนงาน ทั้งการแปรรูป การตลาด ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ เพื่อนำมาปรับปรุงการผลิตของตัวเอง หากทำตามนี้ไปตลอดเชื่อมั่นว่าเกษตรกรจะสามารถพึ่งพาตนเองได้ สร้างรายได้จากอาชีพตัวเองได้เพิ่มมากขึ้น เศรษฐกิจจะไหลกลับไปสู่ฐานรากมากขึ้นด้วยอาชีพเขาเองไม่ใช่ด้วยเงินแจกฟรีจากรัฐบาล โดยการดำเนินการนั้นสภาเกษตรกรฯจะให้เครือข่ายสภาฯในตำบล อำเภอ เป็นตัวจักรเพื่อค้นหาเกษตรกรที่มีศักยภาพ มีความพร้อมเข้าสู่โปรแกรมการอบรมปรับเปลี่ยนการผลิตเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มสินค้าเกษตรของตัวเอง ซึ่งเป็นได้ทั้งเกษตรกรรายคนและองค์กรหรือสถาบันเกษตรกร “ สภาเกษตรกรฯได้เตรียมความพร้อมเกษตรกรมาตลอด 2-3 ปีที่ผ่านมาด้วยโครงการทำแผนแม่บทเพื่อพัฒนาเกษตรกรรมตำบล เกษตรกรหลายส่วนได้เตรียมความพร้อมไว้หมดแล้ว เพียงรอแค่ภาคราชการเข้าใจแล้วนำโครงการลงไปให้ได้ปฎิบัติจริง ซึ่งหลายส่วนพึ่งตนเองด้วยการแปรรูปสร้างตลาดเพิ่มมูลค่าให้สินค้าตัวเองไปเรียบร้อยแล้ว และหลายส่วนที่มีข้อจำกัดด้านเงินทุน ความรู้ก็รอโครงการนี้อยู่  หากเกษตรกรต้องการแปรรูปสินค้าสร้างมูลค่าเพิ่มด้วยนวัตกรรมใหม่ๆด้านการเกษตรสามารถเข้าสู่โครงการ […]

สภาเกษตรกรแห่งชาติเปิดการสัมมนาขับเคลื่อนงานของสภาเกษตรกรแห่งชาติฯ

เมื่อวันที่ 12 ก.พ.2561 สภาเกษตรกรแห่งชาติจัดการสัมมนาขับเคลื่อนความเข้มแข็งแก่เกษตรกร องค์กรเกษตรกร สำหรับสมาชิกสภาเกษตรกรแห่งชาติ หัวหน้าสำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัด โดยมีรองนายกรัฐมนตรี นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ กล่าวปาฐกถาพิเศษ หัวข้อการ “แนวทางความร่วมมือระหว่างรัฐบาลกับสภาเกษตรกรแห่งชาติ” หลังจากนั้นผู้บริหาร ธกส. กรุงไทย  ออมสิน และ SME bank  เสวนาหัวข้อการสนับสนุนเงินทุนเพื่อการเกษตร ตอนท้ายของการสัมมนานายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ นายอภิศักดิ์ อังคสิทธิ์ นายสิทธิพร จริยพงศ์ รองประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ ได้เสนอแนวทางการขับเคลื่อนจากล่างสู่บนให้เกิดผลต่อเกษตรกร

1 2 3 5