เกษตรกรผู้ปลูกสับปะรดพร้อมปรับเปลี่ยน แต่ขาดแหล่งพันธุ์ องค์ความรู้ แหล่งรับซื้อ เตือนต้องรู้เท่าทันต้นทุน และใช้ตลาดนำการผลิต

         นายเติมศักดิ์ บุญชื่น ประธานคณะกรรมการด้านพืชไร่ สภาเกษตรกรแห่งชาติ เปิดเผยว่า ตอนนี้สับปะรด เกิดวิกฤติทางผู้ผลิตสับปะรด สมาคมสับปะรดทางภาคตะวันออก ภาคตะวันตกได้เสนอประเด็นปัญหามาที่สภาเกษตรกรแห่งชาติและมอบหมายให้คณะทำงานด้านพืชไร่จัดการสัมมนาเพื่อหาทางออกและข้อเสนอแนะสู่รัฐบาลว่าแนวทางการขับเคลื่อนจะทำกันอย่างไร  ทั้งนี้ ประเด็นปัญหาที่ราคาสับปะรดตกต่ำเกิดจากวิกฤตที่ไม่สามารถควบคุมได้  เนื่องจากสับปะรดปี 60 ผ่านแล้งมาก่อนทำให้มีราคาสูงขึ้นเกษตรกรปลูกกันมากขึ้น กอปรกับฤดูหนาวต่อเนื่องยาวนานทำให้สับปะรดออกมากผิดปกติจึงทำให้ราคาตกต่ำเป็นประวัติการ  สภาเกษตรกรแห่งชาติจึงทำข้อเสนอไปยังรัฐบาลให้กำหนดลดปริมาณที่มีอยู่ลงไป โดยส่งเสริมเชื่อมโยงไปสู่จังหวัดที่ไม่มีการปลูกสับปะรดให้บริโภคผลสดมากขึ้น  ซึ่งจะเป็นมาตรการหนึ่งที่จะดึงราคาให้สูงขึ้นได้ อย่างไรก็ตาม ในช่วงตั้งแต่เดือนธันวาคมเป็นต้นไปใกล้ถึงฤดูกาลผลผลิตออก สภาเกษตรกรแห่งชาติจะทำบันทึกถึงส่วนงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขอใช้มาตรการการเชื่อมโยงกับผู้บริโภคในพื้นที่ที่ไม่มีการปลูกสับปะรดต่อไป ซึ่งสภาเกษตรกรฯได้สรุปประเด็นปัญหาตามกรอบยุทธศาสตร์นโยบายสับปะรดได้เดินไว้ด้วยเห็นพ้องว่าควรกำหนดพื้นที่เป้าหมายที่ 1  ได้แก่ในรอบรัศมี 100 กิโลเมตรรอบโรงงานผลิตควรเป็นพื้นที่ผลิตส่งโรงงาน  พื้นที่เป้าหมายที่ 2  คือนอกรัศมี 100 กิโลเมตรโรงงานผลิต หรือในเขตภาคอีสานและเขตภาคเหนือบางส่วนควรเป็นพื้นที่ผลิตเพื่อบริโภคผลสดหรือการแปรรูป และควรปรับเปลี่ยนสายพันธุ์ ใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีที่เหมาะสมแปรรูปผลิตเป็นสับปะรดอบแห้ง ไซรัป หรือน้ำสับปะรดร้อยเปอร์เซ็นต์จะทำให้เพิ่มมูลค่าได้ โดยการแยกส่วนหรือพื้นที่ปลูกจากกันหรือจัดโซนนิ่งจะทำให้เกิดเสถียรภาพดีขึ้น ซึ่งจากการจัดเวทีรับฟังเกษตรกรส่วนใหญ่เห็นด้วยที่จะปรับเปลี่ยนแต่ ณ วันนี้เกษตรกรไม่รู้จะปรับเปลี่ยนยังไงเนื่องจากขาดแหล่งพันธุ์ , แหล่งองค์ความรู้  และแหล่งรับซื้อ  ภาครัฐที่เกี่ยวข้องควรเข้าช่วยเหลือในเรื่องที่เกษตรกรต้องการอย่างแท้จริงเพื่อยกระดับคุณภาพของผลสดให้มีคุณภาพสูงเพื่อการส่งออกหรือการบริโภคภายในไปสู่ตลาดยุโรป ตลาด EU  ตลาดสหรัฐ และตลาดจีนซึ่งมีความต้องการสูงโดยการถนอมอาหารจะทำให้สร้างมูลค่าเพิ่มได้อย่างสูงสุดด้วย “ เกษตรกรต้องรู้เท่าทันการผลิตสินค้า การคำนวณต้นทุนการผลิต […]

ปี 62 กรมเจรจาการค้าฯ จับมือสภาเกษตรกรฯ ร่วมพาสินค้าเกษตรท้องถิ่นสู่ตลาดโลก

วันนี้ (20 กันยายน 2561) เวลา 09.30 น. นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ(MOU) เรื่อง “ ความร่วมมือในการสร้างความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการเปิดเสรีทางการค้า”  กับสำนักงานสภาเกษตรกรแห่งชาติ โดยว่าที่ร้อยตรีสมพูนทรัพย์ กล้าวิกรณ์  เลขาธิการสภาเกษตรกรแห่งชาติ โดยมีนายอภิศักดิ์ อังคสิทธิ์ รองประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ  นายเสน่ห์ วิชัยวงษ์ รองเลขาธิการสภาเกษตรกรแห่งชาติ  นางสาวบุณิกา แจ่มใส ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาความพร้อมทางการค้า ร่วมเป็นสักขีพยาน ณ โรงแรมริชมอนด์ สไตล์ลิช คอนเวนชั่น นนทบุรี ภายหลังพิธีลงนาม นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม ได้กล่าวว่า กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศและสภาเกษตรกรแห่งชาติ มีความร่วมมือกันมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2555 อย่างต่อเนื่องในการสร้างความรู้ ความเข้าใจให้กับเกษตรกรและบุคลากรที่เกี่ยวข้องให้มีศักยภาพในการจัดการตลาดสินค้าและมีความพร้อมต่อการเปิดเสรีทางการค้าในรูปแบบของการจัดสัมมนาให้ความรู้กับสมาชิกสภาเกษตรกรแห่งชาติทั่วประเทศ โดยที่ผ่านมานั้นทั้ง 2 หน่วยงานไม่มีการลงนามร่วมกัน ในการลงนามครั้งนี้จึงถือเป็นการกระชับความร่วมมือให้เหนียวแน่นยิ่งขึ้น โดยเฉพาะความร่วมมือในการส่งเสริมเกษตรกรให้มีความรู้ ความเข้าใจในการตกลงทางการค้าเสรีร่วมกับประเทศต่างๆทั้งความตกลงFTAที่มีผลบังคับใช้แล้ว 12 ฉบับ ใน 17 ประเทศรวมทั้งความตกลงทางการค้าที่อยู่ระหว่างเจรจา “อาเซียน-ฮ่องกง” […]

“ให้ตลาดนำการผลิต” กระทรวงพาณิชย์พร้อมทำงานร่วมสภาเกษตรกรฯ

          นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ได้เปิดโอกาสให้สภาเกษตรกรมีส่วนร่วมในการนำเสนอประเด็นปัญหาและแนวทางพัฒนาของภาคเกษตรกรรมมาอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น  ในการประชุมสภาเกษตรกรแห่งชาติ ครั้งที่ 4/2561 ณ ห้องประชุมพึ่งบุญ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2561 สภาเกษตรกรแห่งชาติจึงได้เรียนเชิญนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ มาชี้แจงถึงแนวทางความร่วมมือในการทำงานระหว่างกระทรวงพาณิชย์กับสภาเกษตรกรแห่งชาติ โดยรัฐมนตรีชี้แจงว่าประเทศไทยมีจุดแข็งหลัก 2 ด้าน คือการเกษตร และการบริการ ตอนนี้ด้านการบริการเป็นไปได้ดีโดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยวที่ทำรายได้ให้กับประเทศ แต่ด้านการเกษตรยังไม่ดีนัก GDP (Gross Domestic Product) หรือ “ผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ” โตไม่ถึง 10 %  วังวนของเกษตรกรคือเรื่องราคาผลผลิตการเกษตรที่สภาเกษตรกรฯและกระทรวงพาณิชย์ต้องช่วยกัน ปัจจุบันกระทรวงพาณิชย์ขับเคลื่อนงานเพื่อเกษตรกรอย่างเต็มที่  แต่ปัญหาของภาคเกษตรไทยคือไม่สามารถจัดการได้ทั้งระบบ เช่น ปาล์มที่ปลูกในพื้นที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ต้องประสานกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในการจัดโซนนิ่งปลูก ในการผลิตต้องประสานกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ได้ผลปาล์มมีคุณภาพเปอร์เซ็นต์น้ำมันไม่ต่ำกว่า 18 % ต้องประสานกระทรวงอุตสาหกรรมเพื่อให้โรงงานไม่รับซื้อผลปาล์มที่ไม่ได้คุณภาพ การมีโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มมาตรฐานเดียว เป็นต้น ซึ่งจะเห็นได้ว่าต่างกับประเทศมาเลเซียที่บริหารจัดการปาล์มทั้งระบบจบที่กระทรวงเดียว   ส่วนของระบบการค้าในโลกเสรีที่ไม่สามารถห้ามการนำเข้าได้ก็มีผลตัวอย่างในขณะนี้ เช่น […]

ภาคเกษตรกรเลื่อนยื่นหนังสือถึงนายกฯจากวันที่ 24 เป็น 31 ก.ค.นี้

จากความเดือดร้อนของภาคเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการออกพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการกำหนดค่าใช้จ่ายที่ยอมให้หักเงินได้พึงประเมิน (ฉบับที่ 629) พ.ศ.2560 จากเดิมที่กำหนดค่าใช้จ่ายแบบเหมาร้อยละ 80-85 แต่ได้กำหนดใหม่เป็นร้อยละ 60 นำสู่การจัดประชุมผู้แทนเกษตรกร องค์กรเกษตรกร ที่เดือดร้อนจากผลกระทบดังกล่าว เพื่อหารือทางออกร่วมกันเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2561 ณ อาคารวชิรานุสรณ์ คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  และในที่ประชุมได้มอบหมายให้นายณัฐวุฒิ ประทีปะวณิช ประธานสหกรณ์ผู้เลี้ยงโคนมโคกก่อ จำกัด จังหวัดมหาสารคาม สมาชิกสภาเกษตรกรแห่งชาติ พร้อมกับตัวแทนเกษตรกรยื่นหนังสือต่อนายกรัฐมนตรีในวันอังคารที่ 24 กรกฎาคม 2561 เวลา 10.00 น. ณ ทำเนียบรัฐบาล  นั้น  นายณัฐวุฒิ  ประทีปะวณิช ในฐานะผู้แทนเกษตรกร ได้แจ้งว่า เมื่อนำเรื่องความเดือดร้อนและเรื่องแนวทางแก้ปัญหาผลกระทบเกษตรกรจาก พรฎ.ดังกล่าวปรึกษากับภาคเกษตรกรและเตรียมยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีทำให้ต้องเตรียมการให้รอบคอบ และนัดแนะกับภาคเกษตรกรและตัวแทนจากกลุ่มต่างๆ โดยลงความเห็นกันว่าจะขอเข้ายื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีจากวันที่ 24 กรกฎาคม 2561เลื่อน เป็นวันที่ 31 กรกฎาคม 2561 ที่ทำเนียบรัฐบาลเวลา 10.00 น.แทน ………………………………………………………………….. ข่าว […]

สภาเกษตรกรฯเตือนทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเตรียมรับศึกข้าวหอมมะลิ 3 สายพันธุ์อเมริกา ส่งเสริมปลูกปลายปีนี้ 1 สายพันธุ์

     นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ เปิดเผยด้วยความกังวลว่า จากข้อมูลของกระทรวงพาณิชย์ที่แสดงสถิติการส่งออกข้าวช่วงระยะเวลา 10 ปี ที่ผ่านมา พบว่าประเทศไทยส่งออกข้าวหอมมะลิไปตลาดต่างประเทศคิดเป็นสัดส่วนเฉลี่ยร้อยละ 25 ของมูลค่าการส่งออกข้าวทั้งหมด มีบางปีที่สัดส่วนขึ้นไปมากกว่าร้อยละ 30 โดยตลาดส่งออกข้าวหอมมะลิอันดับ 1 ของไทยตั้งแต่ปี 2545 จนถึงปัจจุบันคือสหรัฐอเมริกา  แต่ตามข้อมูลมีแนวโน้มลดลงตั้งแต่ปี 2557 จากเดิมมูลค่าการส่งออกข้าวหอมมะลิปีละราว 50,000 ล้านบาท แต่ปัจจุบันมีแนวโน้มลดลงทุกปี  ต้องเรียนให้ผู้บริหารเรื่องข้าวของประเทศพิจารณาและเตือนไปยังพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกข้าวหอมมะลิเตรียมปรับตัว   ทั้งนี้ สาเหตุสำคัญของการส่งออกข้าวหอมมะลิที่ลดลงเพราะประเทศสหรัฐอเมริกาตลาดส่งออกข้าวหอมมะลิอันดับ 1 ของไทยตั้งแต่ปี 2545 จนถึงปัจจุบันปีละราว 10,000 ล้านบาทนั้น ได้ปรับปรุงพัฒนาข้าวหอมสายพันธุ์ใหม่ ถึง 3 สายพันธุ์ โดยมหาวิทยาลัยอาร์แคนซัสพัฒนาข้าวหอมสายพันธุ์จัสมิน“Aroma17” คุณสมบัติมีกลิ่นหอมทัดเทียมข้าวหอมมะลิของไทย ให้ผลผลิตสูง 7,740 ปอนด์/เอเคอร์ (1,388 กก./ไร่) มีอัตราการแปรสภาพข้าวเปลือกเป็นข้าวสารเฉลี่ยที่ระดับ 71%  ,  มหาวิทยาลัยหลุยส์เซียนาพัฒนาข้าวหอมสายพันธุ์จัสมิน“CLJ 01” คุณสมบัติมีกลิ่นหอมทัดเทียมข้าวหอมมะลิของไทย เมล็ดข้าวสวย มีท้องไข่น้อย ให้ผลผลิตสูงกว่าพันธุ์ข้าวหอมที่มหาวิทยาลัยหลุยส์เซียนาพัฒนาก่อนหน้า […]

เสนอแนวทางแก้ปัญหาผลกระทบเกษตรกรจาก พรฎ.ว่าด้วยการกำหนดค่าใช้จ่ายที่ยอมให้หักเงินได้พึงประเมินฯ ต่อนายกฯ 24 ก.ค.นี้

     นายสิทธิพร จริยพงศ์ รองประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ กล่าวแถลงข่าวในการประชุมพิจารณากำหนดแนวทางในการขับเคลื่อนเพื่อแก้ปัญหาผลกระทบต่อเกษตรกรจากการออกพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการกำหนดค่าใช้จ่ายที่ยอมให้หักเงินได้พึงประเมิน (ฉบับที่ 629) พ.ศ.2560 ณ ห้องประชุม 301 อาคารวชิรานุสรณ์ ชั้น 3 คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ว่า จากความเดือดร้อนของผลกระทบตามโครงสร้างภาษีใหม่ที่ให้เกษตรกรหักค่าใช้จ่ายแบบเหมาจ่ายที่ร้อยละ 60 จากเดิมที่กำหนดร้อยละ 80-85 ซึ่งสภาเกษตรกรแห่งชาติได้เคยทำหนังสือเรียนนายกรัฐมนตรีไปแล้วเมื่อวันที่ 16 มกราคม 2561  ซึ่งนายกรัฐมนตรีมอบให้กระทรวงการคลังพิจารณาและกรมสรรพากรชี้แจงให้คงหลักเกณฑ์ตามเดิมโดยระบุว่าหากเกษตรกรมีค่าใช้จ่ายที่มากกว่าร้อยละ 60 สามารถแสดงหลักฐานเอกสารต่อเจ้าหน้าที่ประเมินได้ แต่เกษตรกรเห็นว่าในความเป็นจริงเป็นไปไม่ได้ ตัวแทนเกษตรกรจึงรวมตัวประชุมหารือหาทางออก ในการประชุมมีตัวแทนเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ ตัวแทนเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกร ตัวแทนเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อ/โคนม ตัวแทนเกษตรกรชาวไร่อ้อย เป็นต้น ความเดือดร้อนที่ได้รับจาก พรฎ.ดังกล่าว อาทิ ผู้เลี้ยงสุกรต้องเสียภาษีซ้ำซ้อนจากหลายทาง เช่น ภาษีที่ดิน ภาษีโรงเรือน ภาษีสังคม ภาษีอาหารและยาซึ่งได้จัดเก็บจากต้นทางแล้ว อาจทำให้ผู้เลี้ยงรายย่อยเลิกอาชีพเลี้ยงสุกรในอนาคต /  เกษตรกรผู้ปลูกอ้อยได้รับผลกระทบจากมาตรการเก็บภาษีในอัตรา 60:40  / เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม โคเนื้อได้รับผลกระทบจากมาตรการ FTA นำเข้าเนื้อจากออสเตรีย / […]

สภาเกษตรกรฯเสนอ 3 ประเด็นต่อ “ร่าง พรบ.คุ้มครองประชาชนในการทำสัญญาขายฝากที่ดินเพื่อการเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย พ.ศ…..”

      ว่าที่ร้อยตรีสมพูนทรัพย์ กล้าวิกรณ์ เลขาธิการสภาเกษตรกรแห่งชาติ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2561 ได้เข้าร่วมรับฟังและเสนอความคิดเห็น “ร่าง พรบ.คุ้มครองประชาชนในการทำสัญญาขายฝากที่ดินเพื่อการเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย พ.ศ…..” ณ โรงแรมเดอะเบอร์เคลี่ย์โฮต็ล ประตูน้ำ ซึ่งคณะกรรมการดำเนินการปฏิรูปกฎหมายในระยะเร่งด่วน ได้ถูกแต่งตั้งขึ้นตามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี โดยคณะกรรมการฯพิจารณาเห็นว่ากฎหมายขายฝากตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ฉบับปัจจุบันพบว่าประชาชนโดยเฉพาะผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรมไม่ได้รับความเป็นธรรมในการทำสัญญาขายฝากและเป็นสาเหตุสำคัญของการสูญเสียที่ดินทำกินอันเป็นอุปสรรคต่อการดำรงชีวิตและการประกอบอาชีพ คณะกรรมการฯจึงได้มีมติเห็นชอบให้จัดทำ “ร่าง พรบ.คุ้มครองประชาชนในการทำสัญญาขายฝากที่ดินเพื่อการเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย พ.ศ…..” โดยมีเจตนารมณ์ในการกำหนดมาตรการและกลไกพิเศษเพื่อคุ้มครองประชาชนจากสัญญาขายฝากที่ดินเพื่อการเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัยที่ไม่เป็นธรรม ทางสภาเกษตรกรแห่งชาติเห็นว่าสาระของร่างกฎหมายน้ำหนักจะไปอยู่ที่“ผู้ซื้อฝาก”จึงได้เสนอความเห็นใน 3 ประเด็น คือ การกำหนดระยะเวลาในการขายฝาก ควรมีกำหนดเวลาไม่น้อยกว่า 1 ปี , ห้ามขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมและที่อยู่อาศัยที่อยู่ในที่ดินประกอบอาชีพเกษตรกรรม , ในกรณีที่หลุดสัญญาการขายฝากไปแล้วสามารถให้“ผู้ขายฝาก”มีสิทธิ์ซื้อคืนได้ และควรกำหนดระยะซื้อคืนภายใน 1-3 ปี ในราคาเดิมบวกดอกเบี้ยตามกฎหมายกำหนด โดยประเด็นดังกล่าวสภาเกษตรกรฯได้เคยเสนอไปยังกระทรวงยุติธรรมแล้ว หลังจากนั้นมาก็ได้มีการพิจารณาเรื่องนี้หลายครั้งและเชิญทางสภาเกษตรกรฯไปชี้แจงล่าสุดคือครั้งนี้ หากร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวมีน้ำหนักการคุ้มครองไปทาง“ผู้ซื้อฝาก”มากกว่าหรือขั้นตอนการตรวจสอบจากหน่วยงานภาครัฐยุ่งยากและเอื้อต่อ“ผู้ซื้อฝาก”เมื่อเกษตรกรมีความจำเป็นก็จะทำให้เกิดกรณีการหลีกเลี่ยงสัญญาซื้อขายฝากเป็นการซื้อขายสิทธิ์เด็ดขาดแทน ปัญหาจะเกิดตามมาคือหนี้นอกระบบที่มีการทวงหนี้รูปแบบต่างๆ การสูญเสียที่ดินทำกินหรือที่อยู่อาศัยเกษตรกรก็จะเกิดความเดือดร้อนแน่นอน โดยจะมีการยกร่าง ปรับปรุง/แก้ไขและรับฟังความคิดเห็นอีกครั้งก่อนเสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.)และสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)พิจารณาตามขั้นตอนต่อไป ………………………………………………………………. ข่าว : วัฒนรินทร์ สุขีวัย […]

สภาเกษตรกรฯเดินหน้าปั้นเกษตรกรเป็นผู้ประกอบการ หลังพบเกษตรกรรากหญ้าส่วนใหญ่ไม่รู้จักการแปรรูปผลผลิตการเกษตร

                นายเสน่ห์ วิชัยวงษ์ รองเลขาธิการสภาเกษตรกรแห่งชาติ กล่าวภายหลังลงพื้นที่เพื่อติดตามงานภายใต้“โครงการปั้นนักธุรกิจอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปไทย (SMEs เกษตร) ตามแนวประชารัฐ” ระหว่างวันที่ 5-7 กรกฎาคม 2561 ณ ห้องประชุมวังสามหมอ อ.วังสามหมอ /ศาลาวัดมหาธาตุเทพจินดา อ.กุมภวาปี และห้องประชุมเทศบาลตำบลหัวนาคำ อ.ศรีธาตุ จ.อุดรธานี ว่า จ.อุดรธานีเกษตรกรส่วนใหญ่ปลูกมันสำปะหลัง อ้อย ข้าว ขายเป็นวัตถุดิบเรื่องราคาเป็นไปตามกลไกตลาด ไม่แน่นอน ไม่นิ่ง เรื่องการแปรรูปเป็นเรื่องใหม่มาก การจัดอบรมบ่มเพาะการเป็นผู้ประกอบการภายใต้ “โครงการปั้นนักธุรกิจอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปไทย (SMEs เกษตร) ตามแนวประชารัฐ” จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญ โครงการดังกล่าวเป็นการร่วมมือกับหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหวังยกระดับกลุ่มเกษตรกร , เกษตรกรให้สามารถแปรรูปผลผลิตเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มโดยการปรับเปลี่ยนจากการขายผลผลิตในรูปวัตถุดิบที่ได้ราคาต่ำเป็นการทำเกษตรอุตสาหกรรมที่มีการเชื่อมโยงตั้งแต่การผลิต การแปรรูปจนถึงการตลาดอย่างครบวงจร ขณะเดียวกันยังมุ่งพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของกลุ่มเกษตรแปรรูปเพื่อให้มีความพร้อมที่จะเป็นผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปที่มีความรู้ในการดำเนินธุรกิจอย่างมีคุณภาพ เข้มแข็ง มั่นคง และมีคุณภาพชีวิตที่ดี   โดยในระหว่างการอบรมได้สอบถามเกษตรกรพบว่าส่วนใหญ่ไม่รู้ว่าผลผลิตของตนเองสามารถแปรรูปได้ จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ภาครัฐต้องเร่งปฏิรูปเพื่อให้เกษตรกรไทยหลุดพ้นจากกับดักด้านราคาที่มีความเหลื่อมล้ำอยู่ในปัจจุบัน ทั้งนี้ สภาเกษตรกรฯมีเป้าหมายการอบรมบ่มเพาะการเป็นผู้ประกอบการให้กับตัวแทนองค์กรเกษตรกร จำนวน 600 […]

ผู้แทนสหกรณ์โคนมร้องสภาเกษตรกรแห่งชาติ หากคงเกณฑ์ภาษีตามเดิมเกษตรกรไปไม่รอด

ในการประชุมสภาเกษตรกรแห่งชาติครั้งที่ 3/2561 เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2561 ผู้แทนสหกรณ์โคนมทั่วประเทศขอเข้าพบนายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ เพื่อนำเสนอปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมจากกรณีการออกพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการกำหนดค่าใช้จ่ายที่ยอมให้หักจากเงินได้พึงประเมิน (ฉบับที่ 629) พ.ศ. 2560 ที่กำหนดให้เงินได้เกษตรกรหักค่าใช้จ่ายเหมาได้ไม่เกินอัตราร้อยละ 60 ซึ่งประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติได้ให้ผู้แทนสหกรณ์โคนมจากอำเภอไชยปราการ อำเภอแม่วาง อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ ,  สหกรณ์โคนมจากอำเภอสีคิ้ว อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา , สหกรณ์โคนมจากลำพญากลาง จังหวัดสระบุรี  ,  จังหวัดลพบุรี ,จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เสนอเรื่องนี้เข้าพิจารณาในการประชุม โดยนายสมพงษ์ ภูพานเพชร ตัวแทนสหกรณ์โคนม เข้าชี้แจงว่า เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมเดือดร้อนมากจากเรื่องภาษีที่กรมสรรพากรกำหนดให้หักค่าใช้จ่ายร้อยละ 60 ในส่วน 40 นำไปคำนวณภาษี พอเงินค่าน้ำนมออกเกษตรกรถูกหักค่าอาหารรวมกับค่าใช้จ่ายอื่นๆบางคนไม่เหลือเงินเลยจึงต้องติดหนี้ภาษีที่ถูกจัดเก็บ ซึ่งสะท้อนถึงต้นทุนที่แท้จริงมากกว่าที่กรมสรรพากรกำหนด โดยสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรเคยสำรวจข้อมูลที่พบว่านมผง 1 กิโลกรัม ต้นทุนประมาณ 15 บาท ในขณะที่ราคาขายอยู่ที่กิโลกรัมละ 18 บาท  คิดเป็นร้อยละ 83 มากกว่าที่กรมสรรพากรกำหนด เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมต้องมีต้นทุนโรงเรือน […]

1 2 3 7