การเลี้ยงกบ

การเลี้ยงกบ

การเลี้ยงกบ เป็นอาชีพหนึ่งที่สามารถทำรายได้ให้กับเกษตรกร ซึ่งในการเลี้ยงนั้นเกษตรกรควรมีความเข้าใจถึงวิธีการเลี้ยงที่ถูกต้องก่อน จึงจะทำให้ประสบความสำเร็จในการเลี้ยง วันนี้เรามีวิธีการเลี้ยงกบ มาฝากทุกๆ คนที่สนใจทำ ฟาร์มกบ และกำลังศึกษาข้อมูลการเลี้ยง

  • ความพร้อมของเกษตรกรทั้งในด้านความรู้ในการเลี้ยงและการลงทุน
  • มีการวางโปรแกรมการผลิตที่ดีเพื่อให้สามารถจำหน่ายในช่วงที่กบมีราคาและมีต้นทุนการผลิตต่ำที่สุด
  • มีตลาดรองรับผลผลิตที่แน่นอน

พันธุ์กบ

พันธุ์กบที่เหมาะสมคือ กบนา ซึ่งปัจจุบันมีการพัฒนาสายพันธุ์ให้โตไวและมีสีเหลืองเป็นที่ต้องการของตลาด

รูปแบบการเลี้ยง

  • การเลี้ยงในบ่อซีเมนต์
  • การเลี้ยงในบ่อดิน
  • การเลี้ยงแบบกระชัง (มุ้ง)

ระยะเวลาในการเลี้ยง

  • ใช้เวลา 3.5-4 เดือนตั้งแต่ระยะฟัก ออกจากไข่จนถึงจับจำหน่าย ได้กบขนาด 6-7 ตัวต่อกิโลกรัม

รูปแบบในการเลี้ยงเพื่อจำหน่ายผลผลิต

  • การเลี้ยงเพื่อจำหน่ายลูกอ๊อด
  • การเลี้ยงเพื่อจำหน่ายลูกกบ
  • การเลี้ยงเพื่อขุนเป็นกบเนื้อ

สถานที่ที่เหมาะสมสำหรับการเลี้ยงกบ

  1. ควรอยู่ใกล้บ้านและสะดวกต่อการดูแล
  2. อยู่ใกล้แหล่งน้ำที่มีคุณภาพดี เพียงพอต่อการเลี้ยง
  3. เป็นพื้นที่สูงหรือที่ดินเพื่อป้องกันปัญหาน้ำท่วม
  4. ห่างไกลจากแหล่งชุมชนหรือบริเวณที่มีเสียงอีกทึกรบกวน
  5. อยู่ใกล้แหล่งจำหน่ายอาหารกบ
  6. สะดวกในการจับ

วิธีการเลี้ยงกบในบ่อซีเมนต์

เป็นรูปแบบที่นิยมกันมากที่สุด เนื่องจากสะดวกในการเปลี่ยนน้ำ ง่ายต่อการทำความสะอาดบ่อ ควบคุมโรค รวมถึงการจับ บ่อเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ควรมีพื้นที่ที่เป็นบกสำหรับกบอาศัยอย่างน้อย 2/3 ของบ่อ ที่เหลือเป็นพื้นน้ำ

บ่อเลี้ยงกบ การสร้างบ่อเลี้ยงกบมีวัตถุประสงค์ในการสร้างที่แตกต่างกัน เช่น บ่อสำหรับเลี้ยงพ่อพันธุ์ และแม่พัยธุ์ ซึ่งจะมีขนาดไม่ใหญ่มาก โดยทั่วไปแล้วบ่อกบจะเป็นบ่ออเนกประสงค์ คือ ใช้สำหรับผสมพันธุ์ อนุบาลลูกอ๊อด อนุบาลลูกกบ และเลี้ยงกบขุนหรือกบเนื้อในบ่อเดียวกัน แต่ต้องมีจำนวนบ่อหลายบ่อเพื่อให้กบอาศัยเมื่อกบมีขนาดใหญ่ขึ้น

บ่อซีเมนต์ มีหลายรูปแบบ เช่น ปูกระเบื้อง ซึ่งทำความสะอาดง่ายหรือทาสีบ่อให้กบมีสีเหลือง ทั้งนี้ สีของกบจะปรับตัวตามสภาพแวดล้อมที่อยู่

ขนาดบ่อที่ใช้สำหรับผสมพันธุ์กบจนถึงใช้เลี้ยงเป็นกบขุน มีหลายขนาด เช่น 3×4 , 3.2×4, 3.5×4, 4.5×4 4×6 เมตร สูง 1.2 เมตร เป็นต้น แต่ขนาดบ่อที่ง่ายต่อการจัดการคือ 3×4 เมตร

บ่อเลี้ยงจะมีการเทคานก่อนและใช้อิฐบล็อค 5 ก้อน ก่อเป็นผนัง มีประตูไม้ยกขึ้นลงเป็นทางเข้าออกบ่อ พื้นบ่มีการเทปูนหนาพอสมควรเพื่อป้องกันน้ำรั่วซึม ด้านในของบ่อทั้ง 4 ด้าน จะฉาบผิวสูงประมาณ 30-50 เซนติเมตร จากพื้นบ่อเพื่อป้องกันน้ำซึมและกบเป็นแผลจากการกระโดด

บ่อที่จะใช้ผสมพันธุ์ และอนุบาลลูกอ๊อดด้วยนั้น มักจะสร้างโดยมีเกาะตรงกลาง ซึ่งสูงประมาณ 1 คืบ และมีน้ำล้อมรอบด้านข้างทั้ง 4 ด้าน พื้นบ่อในส่วนที่มีน้ำล้อมรอบจะลาดเอียงไปด้านใดด้านหนึ่งเพื่อสะดวกในการถ่ายเทน้ำ มีท่อระบายน้ำตรงส่วนที่ลาดที่สุด โดยมีท่อพลาสติกสวมตรงรูระบายน้ำหรือมีตะแกรงครอบตรงรูระบายน้ำ มีการฝังท่อจากรูระบายน้ำไปยังด้านข้างของบ่อ เพื่อระบายน้ำทิ้ง และนำท่อพลาสติกงอมาสวมท่อที่ยื่นออกมา แล้วใช้ท่อพลาสติกตรงมีต่ออีกครั้งหนึ่ง

บางพื้นที่บ่อกบที่ใช้ผสมพันธุ์ อนุบาล หรือเลี้ยงเป็นกบขุน พื้นที่บ่อจะเรียบและเอียงไปด้านใดด้านหนึ่ง มีการปูกระเบื้องและท่อระบายน้ำจะอยู่ตรงส่วนที่ลาดที่สุด โดยที่ลูกอ๊อดหางหดจะลดน้ำลงและหาวัสดุที่ให้ลูกอ๊อดขึ้นไปอยู่ เช่นโฟม แผ่นพลาสติก ไม้ไผ่ ทางมะพร้าว เป็นต้น หรืออาจจะช้อนคัดลูกกบที่ขึ้นแพ แล้วไปเลี้ยงในบ่ออื่นที่เตรียมไว้สำหรับอนุบาลลูกกบเพื่อให้ได้กบที่มีอายุใกล้เคียงกัน

บ่อกบ ควรตั้งอยู่กลางแจ้ง ซึ่งมีประโยชน์คือ สามารถเลี้ยงกบได้ตั้งแต่ผสมพันธุ์จนถึงอนุบาลลูกอ๊อด ตลอดจนเป็นกบเนื้อ หากสร้างบ่อในที่ร่ม กบจะไม่สามารถฟักไข่หรือเลี้ยงลูกอ๊อดได้เนื่องจากในช่วงนั้นกบต้องการอุณหภูมิสูง นอกจากนี้แล้วจะทำให้กับกินอาหารได้ดี แข็งแรง โอกาสการเกิดโรคน้อย

มีการเดินท่อพีวีซี ไปยังบ่อทุกบ่อเพื่อเติมน้ำในขณะที่เปลี่ยนน้ำออกจากบ่อ

ต้องมีแสลนทำเป็นหลังคาเพื่อกรองแสงแดด โดยทั่วไปจะใช้สีเขียว นอกจากนี้อาจมีตาข่ายเพื่อป้องกันนก ศัตรูที่จะเข้ามากินกบ

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ เลี้ยงกบในบ่อซีเมนต์

น้ำสำหรับการเลี้ยงกบ

  • ควรตรวจสอบคุณภาพน้ำ เช่น ความเป็นกรดด่างของน้ำ ความกระด้าง อัลคาไลนิตี้ ปริมาณแอมโมเนีย แร่ธาตุในน้ำ ฯลฯ ว่าเหมาะสมหรือไม่
  • หากน้ำที่ใช้เป็นกรด จะต้องใส่ปูนขาวเพื่อปรับคุณภาพน้ำและตรวจวัดความเป็นกรดด่างของน้ำอีกครั้ง และมีการพักน้ำดังกล่าวไว้ก่อนนำมาเลี้ยง
  • น้ำจากแหล่งน้ำสาธารณะซึ่งคุณภาพของน้ำมักจะไม่สม่ำเสมอหรือมีการปนเปื้อนจากสารเคมีที่ใช้ในการเกษตร ดังนั้นควรพิจารณาก่อนนำน้ำมาใช้ ถ้าจะนำมาใช้ควรมีบ่อพักกักเก็บน้ำไว้ก่อน
  • หากน้ำที่ใช้เป็นน้ำบาดาลควรผ่านการกรองและพักน้ำก่อนนำไปใช้

ลักษณะกบตัวผู้และตัวเมีย

  • กบตัวผู้จะมีขนาดเล็กกว่าตัวเมีย มีถุงสีดำใต้คาง สีสันบนตัวจะเหลืองกว่าตัวเมีย ตัวเมียที่ไข่แก่ท้องจะโป่งนูนชัดเจน

การคัดเลือกพ่อแม่พันธุ์

  • ควรเป็นกบที่มีตัวเหลือง ท้องขาว ตัวใหญ่่
  • คัดจากกบขุนหรือฟาร์มที่มีความน่าเชื่อถือ
  • พ่อและแม่พันธุ์กบไม่ควรมาจากแหล่งเดียวกัน เพื่อป้องกันปัญหาเลือดชิดซึ่งลูกกบจะไม่แข็งแรง และแตกไซส์

ลักษณะพ่อแม่พันธุ์ที่พร้อมผสมพันธุ์

  • แม่พันธุ์อายุ 8 เดือนขึ้นไปก็สามารถผสมพันธุ์ได้ แต่ถ้าให้ไข่เจริญเต็มที่สมบูรณ์ ควรมีอายุตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป หรือมีน้ำหนัก 300 กรัมขึ้นไป
  • พ่อพันธุ์ ควรมีอายุตั้งแต่ 8 เดือนขึ้นไป น้ำหนัก 200-250 กรัมขึ้นไป จะต้องคึก ดูได้จากเมื่อสอดนิ้วมือเข้าระหว่างขาหน้าสองข้าง พ่อพันธุ์จะรัดแน่น

 :: แหล่งอ้างอิงข้อมูล/ภาพประกอบ ::

การเลี้ยงกบ