“ประพัฒน์”เตรียมเสนอยุทธศาสตร์สร้างความมั่นคงและเข้มแข็งของเกษตรกรและภาคชนบทในประชุมยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี 21 พ.ย.นี้

นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ เปิดเผยว่า  คณะทำงานจัดทำยุทธศาสตร์ด้านการเกษตร  สภาเกษตรกรแห่งชาติ ได้จัดการประชุม 3 ครั้ง เพื่อพิจารณากรอบจัดทำยุทธศาสตร์สร้างความมั่นคงและเข้มแข็งของเกษตรกรและภาคชนบท เพื่อเสนอในที่ประชุมยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีในวันอังคารที่ 21 พฤศจิกายน 2560 นี้ ภายใต้วิสัยทัศน์ “ฐานรากของชาติมั่นคง  เศรษฐกิจของประชาชนมั่งคั่ง  ด้วยการพัฒนาอย่างยั่งยืน” ในหลักการ ลดช่องว่างทางเศรษฐกิจและความเหลื่อมล้ำทางสังคม ด้วยแนวทาง “การเติบโตอย่างมีส่วนร่วม” เป้าหมายของยุทธศาสตร์คือต้องการให้ภาคเกษตรหลุดพ้นจากการพึ่งพารัฐ  และเติบโตเป็นพลังขับเคลื่อนสำคัญในการนำพาชาติให้ก้าวข้ามกับดักรายได้ปานกลางของประเทศ โดยมีแนวนโยบายและระบบบริหารจัดการภาครัฐที่เอื้อต่อการบรรลุเป้าหมายทางยุทธศาสตร์ และมีกระบวนการส่งเสริมแบบใหม่ ที่เน้นการยกระดับเกษตรกรให้เป็นผู้ประกอบการเกษตร ด้วยข้อเสนอยุทธศาสตร์หลัก 5 ข้อคือ 1.ปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจฐานราก  2.การเชื่อมโยงความสามารถของเกษตรกรและการเข้าถึงฐานทรัพยากร  3.การพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ (bio economy) และความหลากหลายทางชีวภาพ  4.การพัฒนาระบบความมั่นคงทางสังคมของชุมชนเกษตรกรรม  5.การปรับเปลี่ยนโครงสร้างเพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์   ซึ่งวิธีการสำคัญที่กำหนดเป็นแนวทางในยุทธศาสตร์ คือ ระบบการจัดการจากล่างสู่บนตั้งแต่ครัวเรือน ชุมชนท้องถิ่นตามสภาพภูมิสังคมขึ้นมา เพื่อให้เข้าถึงทรัพยากรในการผลิตที่ใช้ฐานความรู้จากนวัตกรรมเทคโนโลยีผสานกับภูมิปัญญาท้องถิ่นนำสู่เกษตรกรเป็นผู้ประกอบการขนาดย่อม และองค์กรเกษตรกรเป็นผู้ประกอบการขนาดกลางด้านอาหาร ที่อยู่อาศัย สุขภาพ พลังงาน  ภาครัฐต้องปรับเปลี่ยนบทบาทจากการควบคุมและกำหนด เป็นการกำกับและสนับสนุน  สร้างระบบสนับสนุนด้านนโยบาย ข้อมูล ระบบกองทุน […]

สภาเกษตรกรฯนำความสำเร็จสู่มือเกษตรกรด้วยการใช้นวัตกรรมทำการเกษตรของกระทรวงวิทย์ฯ

นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ กล่าวว่า จากการที่กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้ร่วมขับเคลื่อนแผนแม่บทเพื่อพัฒนาเกษตรกรรมร่วมกับสภาเกษตรกรแห่งชาติในโครงการพัฒนาเกษตรกรด้วยวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรม ในปีงบประมาณ 2560 ที่ผ่านมา ได้รับความอนุเคราะห์จากทางรัฐมนตรีส่งนักวิจัยเข้ามาช่วยหลายเรื่อง และได้ผลดียิ่ง หน่วยงานหลักของกระทรวงวิทย์ฯ คือสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร(องค์การมหาชน)(สสนก.)ที่มุ่งเรื่องการจัดการน้ำ  สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย(วว.) ที่มุ่งเรื่องการนำงานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรม ไปพัฒนาการผลิต การแปรรูป   สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ(วช.) รวมทั้งสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ(สวทช.)  ในปีงบประมาณ 2561 จะมีการร่วมมือกันทำงานอย่างต่อเนื่อง และจะขยายผลให้ครอบคลุมไปถึงการผลิตในสาขาต่างๆ ทั้งพืชและปศุสัตว์ โดยเน้นการแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่ม โดยในการปฏิบัติงานนายเสน่ห์ วิชัยวงษ์ รองเลขาธิการสภาเกษตรกรแห่งชาติ ได้เปิดเผยว่า เมื่อปี 2560 สภาเกษตรกรฯได้ร่วมกับ สสนก.จัดตั้งศูนย์น้ำใน 20 สำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัด ซึ่งสามารถแจ้งข้อมูลข่าวสารด้านน้ำและสภาพภูมิอากาศถึงเกษตรกรในระดับหมู่บ้านซึ่งมีประโยชน์ในการวางแผนการผลิตได้ดี  สำหรับด้านงานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรม ได้ร่วมมือกับ วว.ดำเนินการใน 3 กิจกรรม  คือ เกษตรกรไฮเทค , การสร้างผู้ประกอบการธุรกิจเกษตร ,  และสร้างชุมชนเกษตรนวัตกรรม ผลงานที่เห็นเด่นชัดคือ  การพัฒนาให้กลุ่มวิสาหกิจชุมชนแม่บ้านโนนใน อ.ลานกระบือ จ.กำแพงเพชร  ลดต้นทุนการแปรรูปกล้วย […]

สภาเกษตรกรแห่งชาติเตรียมเสนอนายกรัฐมนตรีประกาศยางเป็นวาระแห่งชาติเพื่อกระตุ้นราคาที่วูบ

นายธีรพงศ์ ตันติเพชราภรณ์ ประธานคณะกรรมการด้านยางพารา สภาเกษตรกรแห่งชาติ กล่าวว่า จากสถานการณ์การเรียกร้องให้แก้ปัญหาราคายางตกต่ำของเกษตรกรผู้ปลูกยางที่ปัจจุบันอุณหภูมิร้อนแรงขึ้น สภาเกษตรกรแห่งชาติได้จัดประชุมคณะกรรมการด้านยางพารา เมื่อวันที่ 2 พ.ย.60 ณ ห้องประชุม 2 อาคารวชิรานุสรณ์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพื่อพิจารณาโดยฟังเสียงสะท้อนจากเกษตรกร องค์กรเกษตรกร สถาบันเกษตรกร บุคคลที่เกี่ยวข้อง  ภายหลังจากการประชุมได้ข้อสรุปตกผลึกเพื่อเสนอแนวทางแก้ไข 5 ข้อ คือ เสนอให้นายกรัฐมนตรีประกาศใช้ยางพาราในประเทศเป็นวาระแห่งชาติ ซึ่งจะทำให้หน่วยงานทุกกระทรวงวางเป็นแผนงานโครงการเพื่อใช้ยางพาราภายในประเทศมากขึ้น โดยนายกรัฐมนตรีอาจใช้ ม.44 ประกาศยกเว้น ซึ่งจะทำให้ภาครัฐสามารถใช้ยางพาราและผลิตภัณฑ์ภายในปีนี้ได้ทันท่วงทีในปริมาณที่เยอะขึ้น เสนอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์บังคับใช้กฎหมายเพื่อลดปริมาณการส่งออกหรือระงับการส่งออก ด้วย รมต.ก.เกษตรฯเป็นผู้ดูแล พ.ร.บ.ควบคุมยาง หากนำกฎหมายฉบับนี้มาใช้ก็จะเกิดประโยชน์ต่อเกษตรกรและสถานการณ์ราคายางในสภาวการณ์ปัจจุบันที่ตกต่ำอยู่ เสนอให้สร้างตลาดกลางยางพาราของประเทศไทย หรือไทยคอม ซึ่งจะเป็นตลาดกลางสำหรับซื้อ-ขายจริง เป็นตลาดจับคู่ระหว่างผู้เสนอขายและผู้ต้องการใช้หรือผู้เสนอซื้อ โดยตลาดนี้จะส่งผลให้เกิดประโยชน์กับเกษตรกรรายย่อยและสถาบันเกษตรกร เพราะในระบบตลาดนี้จะมีตลาดท้องถิ่นอยู่ด้วย เสนอให้ กยท.ยกเลิกบริษัทร่วมทุน เนื่องจากไม่สามารถก่อให้เกิดประโยชน์กับเกษตรกรรายย่อยและกลุ่มเกษตรกร เสนอให้รัฐบาลสนับสนุนกลุ่มเกษตรกรเพื่อพัฒนาองค์กรเข้าสู่เกษตรอุตสาหกรรมทั้งขนาดเล็กและใหญ่เพื่อสร้างความยั่งยืนให้เกษตรกรสวนยาง และเขยิบจากขายวัตถุดิบเป็นขายผลิตภัณฑ์ซึ่งจะสร้างมูลค่าเพิ่มและความเป็นอยู่ที่ดีให้เกษตรกร โดยทั้ง 5 แนวทางจะเสนอประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติลงนามและนำส่งหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ต่อไป ทั้งนี้ แนวทางในการแก้ปัญหาตามข้อ 1 และ 2 นั้นถ้ารัฐบาลนำไปใช้เลยก็จะส่งผลต่อการปรับตัวราคายางให้เพิ่มมากขึ้น ส่วนการบังคับใช้กฎหมายหากภาคเอกชนไม่สามารถผลักดันราคาให้สูงกว่าต้นทุนเกษตรกรได้ก็ไม่ควรส่งออกจะต้องกระเตื้องราคาขึ้นก่อนเพื่อส่งออกได้  […]

สภาเกษตรกรฯสำรวจปัญหาและความต้องการพัฒนาภาคเกษตรที่แท้จริงของเกษตรกร

              นายเสน่ห์ วิชัยวงษ์ รองเลขาธิการสภาเกษตรกรแห่งชาติ ได้กล่าวถึงการสำรวจข้อมูลสภาพปัญหาและความต้องการในการพัฒนาของเกษตรกร ว่าเมื่อ 2 ปีที่แล้วประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติมีนโยบายที่จะพัฒนาภาคเกษตรจากเกษตรกรผู้ขายวัตถุดิบไปเป็นอุตสาหกรรม จึงเป็นแนวทางให้สภาฯได้จัดทำแผนพัฒนาตำบลในทุกตำบลโดยเริ่มต้นที่อำเภอละ 1 ตำบล

สำนักงานสภาเกษตรกรแห่งชาติเข้าหารืออธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน

เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2560 ณ ห้องประชุม ชั้น 5 กรมการพัฒนาชุมชน ว่าที่ร้อยตรีสมพูนทรัพย์ กล้าวิกรณ์ เลขาธิการสภาเกษตรกรแห่งชาติ พร้อมคณะผู้บริหารเข้าพบนายอภิชาติ  โตดิลกเวชช์ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เพื่อหารือความร่วมมือภายใต้ประเด็น การบูรณาการในการทำงาน -จัดทำแผนพัฒนาเกษตรกรรมตำบล -จัดทำฐานข้อมูลด้านเกษตรกรรม -การสร้างสัมมาชีพชุมชนระดับหมู่บ้าน/ตำบล -การแก้ปัญหาคนในครัวเรือนมีรายได้ต่ำกว่าเกณฑ์ จปฐ. โดยจะมีการจัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกันในการดำเนินงานดังกล่าว …………………………………………… ข่าว   : วัฒนรินทร์ สุขีวัย ภาพ  : บุษกร กิจโป้

เพราะไม่รู้กฎหมายจะอยู่ยาก สภาเกษตรกรฯจึงร่วมกับกระทรวงยุติธรรมเผยแพร่กฎหมายให้เกษตรกร

ในการประชุมสภาเกษตรกรแห่งชาติ ครั้งที่ 6/2560 เมื่อวันที่ 17 ต.ค.60 ได้มีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเผยแพร่กฎหมายสู่เกษตรกรระหว่างสำนักงานสภาเกษตรกรแห่งชาติ โดยว่าที่ร้อยตรีสมพูนทรัพย์ กล้าวิกรณ์ เลขาธิการสภาเกษตรกรแห่งชาติ  กับสำนักงานกิจการยุติธรรม กระทรวงยุติธรรม โดยนายวัลลภ นาคบัว ผู้อำนวยการสำนักงานกิจการยุติธรรม  กระทรวงยุติธรรม  เพื่อเป็นการสร้างการรับรู้ให้แก่ประชาชนและหน่วยงานของรัฐ เพื่อเป็นกรอบทิศทางในการสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมให้แก่เกษตรกร ประชาชน  โดยพัฒนารูปแบบ วิธีการประชาสัมพันธ์ เผยแพร่ความรู้ทางกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมอย่างมีประสิทธิภาพ เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย และปลูกฝังการสร้างจิตสำนึกในการเคารพและปฏิบัติตามกฎหมาย อันนำไปสู่เป้าหมายในการสร้างการรับรู้ให้แก่ประชาชนและหน่วยงานของรัฐ ได้อย่างทั่วถึงและพอเพียง อันจะส่งผลให้ประชาชนสามารถดำรงชีวิตในสังคมได้อย่างมีความสุข ภายหลังการลงนามความร่วมมือว่าที่ร้อยตรีสมพูนทรัพย์ได้กล่าวว่า การลงนามความร่วมมือในครั้งนี้จะสามารถแก้ปัญหาความไม่รู้ไม่เข้าใจกฎหมายของเกษตรกร ปัญหาการไม่ได้รับความยุติธรรม โดยวิธีการคือสำนักงานกิจการยุติธรรมจะนำสาระสำคัญของกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเกษตรกรมาดำเนินการผลิตสื่ออย่างง่ายมอบให้สำนักงานสภาเกษตรกรแห่งชาตินำไปสื่อสารถึงเกษตรกร ซึ่งสภาเกษตรกรมีเครือข่ายในพื้นที่ทั้งระดับหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ นอกจากนั้นจะมีการสำรวจความต้องการรับรู้ของเกษตรกรว่ากฎหมายใดที่จำเป็นต้องใช้เพื่อแจ้งให้สำนักงานกิจการยุติธรรมนำไปทำสื่อเพื่อสร้างการรับรู้ให้กับเกษตรกรอย่างสอดคล้องกับความจำเป็นความต้องการ การใช้ชีวิตในปัจจุบันหากไม่รู้กฎหมายจะอยู่ยาก สับสน ด้านนายวัลลภ นาคบัว ผู้อำนวยการสำนักงานกิจการยุติธรรม กระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการสร้างการรับรู้ของพี่น้องเกษตรกรซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายกลุ่มหนึ่งที่มีความสำคัญยิ่ง ด้วยเกษตรกรมีโอกาสในการทำสัญญาต่างๆ เช่น กู้เงิน จำนอง ขายฝาก เกษตรพันธสัญญา และอื่นๆ หากไม่รู้ซึ่งข้อกฎหมายที่จำเป็นอาจเกิดความผิดพลาดได้ การลงนามครั้งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่ทางกระทรวงยุติธรรมเองจะได้มีเป้าหมายในการเผยแพร่กฎหมายที่ชัดเจนมากขึ้น ดีกว่าที่จะคิดไปเองว่าเกษตรกรต้องการอะไรซึ่งอาจไม่ตรงกับความต้องการ …………………………………………………………. ข่าว […]

สภาเกษตรกรฯเกรงจะขัดแย้งขอให้ถอยฟังเสียงเกษตรกรก่อนปรับปรุง พ.ร.บ.คุ้มครองพันธุ์พืช

            นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ กล่าวว่า เรื่องการปรับปรุงแก้ไข พ.ร.บ.คุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ.2542  เข้าใจได้ว่ากรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พยายามจะปรับปรุงตามอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองพันธุ์พืช 1991 (UPOV 1991) แต่มีสิ่งน่าห่วงใยและกังวลอย่างยิ่งคือเรื่องนี้เกี่ยวพันกับชีวิตของเกษตรกรทั่วประเทศเป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่พึ่งตนเองไม่ได้และเป็นเกษตรกรรายย่อย 

อุตสาหกรรมเลี้ยงสุกรต้องล่มสลาย หากฝืนนำเข้าชิ้นส่วนสุกรสหรัฐ

นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ เปิดเผยว่า สภาเกษตรกรแห่งชาติได้รับหนังสือร้องเรียนจากสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติถึงการเปิดตลาดนำเข้าเนื้อสุกรและชิ้นส่วนจากสหรัฐอเมริกาซึ่งจะทำให้ราคาสุกรในประเทศตกต่ำ และได้หารือในประเด็นที่กระทรวงพาณิชย์มีแนวโน้มว่าจะผ่อนปรนและมีกระแสว่าจะยินยอมให้มีการนำเข้า ต้องยอมรับว่ามีความพยายามผลักดันจากฝั่งสหรัฐในการที่จะให้ไทยเปิดตลาดนำเข้าซึ่งประเทศฝั่งตะวันตกนั้นนิยมบริโภคสุกรบางชิ้นส่วน ส่วนที่เหลือ เช่น หัว ขา เครื่องใน จะไม่บริโภคจึงทำให้ชิ้นส่วนเหล่านั้นเหลือเป็นจำนวนมากจึงพยายามผลักดันส่วนที่ไม่บริโภคมาถึงประเทศฝั่งเอเชีย ทราบกันดีว่ารัฐบาลได้รับกระแสกดดันจากสหรัฐมาอย่างต่อเนื่อง  ในส่วนของสภาเกษตรกรฯมีจุดยืนชัดเจนว่าต้องปกป้องอาชีพของเกษตรกรโดยเฉพาะฟาร์มสุกรในประเทศส่วนใหญ่เป็นฟาร์มรายย่อย กลางเยอะ รายใหญ่มีส่วนแบ่งตลาดไม่ถึงครึ่ง เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรในประเทศตามข้อมูลของศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กรมปศุสัตว์ ระบุตัวเลขเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกร จำนวน 191,289 ครัวเรือน สร้างมูลค่าเศรษฐกิจให้ประเทศหลายแสนล้านบาท โดยเฉพาะเศรษฐกิจชุมชน เศรษฐกิจพื้นที่  หากยินยอมให้มีการนำเข้ามาจะทำให้อุตสาหกรรมการเลี้ยงสุกรทั้งหมดล่มสลายทันทีด้วยไม่สามารถจะสู้ราคาได้เลยเนื่องจากชิ้นส่วนสุกรที่สหรัฐไม่บริโภคนั้นจะขายในราคาขายทิ้ง ยกตัวอย่างประเทศเวียดนามได้เปิดโอกาสนำเข้าเมื่อหลายปีก่อนจนบัดนี้เป็นปัญหาใหญ่ของฟาร์มเลี้ยงสุกรซึ่งราคาตกลงมาเหลือครึ่งหนึ่ง ฟาร์มเกษตรกรรายย่อย รายกลาง รายใหญ่เสียหายทั้งหมดเป็นปัญหาแก้ไม่ตก ประเทศไทยควรจะต้องดูแล ปกป้องพิทักษ์เกษตรกรให้มีฐานะที่พออยู่ได้ เป็นอาชีพที่มีศักดิ์ศรีพึ่งตนเองได้เพื่อรัฐจะได้ไม่ต้องคอยอุ้มชู   ทั้งนี้ สภาเกษตรกรฯในฐานะตัวแทนเกษตรกรได้ทำหนังสือนำเรียนถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ว่าห่วงใยในประเด็นนี้ หากมีการพิจารณาอนุญาตนำเข้าชิ้นส่วนสุกรจะต้องมีผลกระทบกับผู้เลี้ยงสุกรหลายแสนคนและผลผลิตทางการเกษตรอื่นที่เกี่ยวข้องอย่างแน่นอน อันจะส่งผลถึงเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศด้วย   อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 29 กันยายน 2560 สภาเกษตรกรฯจะเข้าร่วมประชุมกับทางสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติเพื่อแลกเปลี่ยนประเด็นและทิศทางการขับเคลื่อนเรื่องดังกล่าวโดยจะนำข้อสรุปเรียนนายกรัฐมนตรีต่อไป …………………………………………………………………….. ข่าว : วัฒนรินทร์ สุขีวัย อำนวยการข่าว : ภาสันต์ นุพาสันต์

สภาเกษตรกรแห่งชาติ MOU ร่วมสถาบันการอาชีวศึกษาเกษตร 4 ภาค นำการเกษตรสู่รั้วอาชีวะ

ในการประชุมสภาเกษตรกรแห่งชาติ ครั้งที่ 5/2560 (18 ก.ย.60)  ณ ห้องประชุมพึ่งบุญ อาคารสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ เป็นพยานในการลงนามความร่วมมือระหว่างสภาเกษตรกรแห่งชาติและสถาบันการอาชีวศึกษาเกษตร 4 ภาค โดยมีว่าที่ร้อยตรีสมพูนทรัพย์ กล้าวิกรณ์ เลขาธิการสภาเกษตรกรแห่งชาติ ลงนามกับ ผู้แทนสถาบันการอาชีวศึกษาเกษตร นายพรณรงค์ วรศิลป์ ผู้อำนวยการสถาบันการอาชีวศึกษาเกษตรภาคตะวันออกเฉียงเหนือ    นายประจักษ์ ทาสี ผู้อำนวยการสถาบันการอาชีวศึกษาเกษตรภาคเหนือ นายคัมภีร์ สายะสนธิ ผู้อำนวยการสถาบันการอาชีวศึกษาเกษตรภาคกลาง นายวิศวะ คงแก้ว ผู้อำนวยการสถาบันการอาชีวศึกษาเกษตรภาคใต้ ภายหลังการลงนาม นายประพัฒน์ได้กล่าวว่า จากสภาพการณ์ของประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ระบุว่าปี 2564 ประเทศไทยจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์  คือการมีประชากรสูงอายุ 20% ของประชากรทั้งหมด ส่วนตั้งแต่ปี 2579 ประชากรไทยจะมีน้อยกว่าปัจจุบันและจะมีสัดส่วนประชากรสูงอายุ 30% เป็นสังคมผู้สูงอายุระดับสูงสุด  ซึ่งจะเกิดการสร้างภาระพึ่งพิงต่อวัยแรงงานและภาครัฐ ที่ต้องจัดสวัสดิการให้มากขึ้น ส่งผลกระทบต่อการพัฒนาประเทศ และขยายตัวทางเศรษฐกิจ   ในภาคการเกษตรจากผลการศึกษาของสำนักงานสภาเกษตรกรแห่งชาติ เรื่อง “ปัญหาและความต้องการของเกษตรกร “ […]

1 2 3