สภาเกษตรกรฯนำความสำเร็จสู่มือเกษตรกรด้วยการใช้นวัตกรรมทำการเกษตรของกระทรวงวิทย์ฯ

นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ กล่าวว่า จากการที่กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้ร่วมขับเคลื่อนแผนแม่บทเพื่อพัฒนาเกษตรกรรมร่วมกับสภาเกษตรกรแห่งชาติในโครงการพัฒนาเกษตรกรด้วยวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรม ในปีงบประมาณ 2560 ที่ผ่านมา ได้รับความอนุเคราะห์จากทางรัฐมนตรีส่งนักวิจัยเข้ามาช่วยหลายเรื่อง และได้ผลดียิ่ง หน่วยงานหลักของกระทรวงวิทย์ฯ คือสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร(องค์การมหาชน)(สสนก.)ที่มุ่งเรื่องการจัดการน้ำ  สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย(วว.) ที่มุ่งเรื่องการนำงานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรม ไปพัฒนาการผลิต การแปรรูป   สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ(วช.) รวมทั้งสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ(สวทช.)  ในปีงบประมาณ 2561 จะมีการร่วมมือกันทำงานอย่างต่อเนื่อง และจะขยายผลให้ครอบคลุมไปถึงการผลิตในสาขาต่างๆ ทั้งพืชและปศุสัตว์ โดยเน้นการแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่ม โดยในการปฏิบัติงานนายเสน่ห์ วิชัยวงษ์ รองเลขาธิการสภาเกษตรกรแห่งชาติ ได้เปิดเผยว่า เมื่อปี 2560 สภาเกษตรกรฯได้ร่วมกับ สสนก.จัดตั้งศูนย์น้ำใน 20 สำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัด ซึ่งสามารถแจ้งข้อมูลข่าวสารด้านน้ำและสภาพภูมิอากาศถึงเกษตรกรในระดับหมู่บ้านซึ่งมีประโยชน์ในการวางแผนการผลิตได้ดี  สำหรับด้านงานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรม ได้ร่วมมือกับ วว.ดำเนินการใน 3 กิจกรรม  คือ เกษตรกรไฮเทค , การสร้างผู้ประกอบการธุรกิจเกษตร ,  และสร้างชุมชนเกษตรนวัตกรรม ผลงานที่เห็นเด่นชัดคือ  การพัฒนาให้กลุ่มวิสาหกิจชุมชนแม่บ้านโนนใน อ.ลานกระบือ จ.กำแพงเพชร  ลดต้นทุนการแปรรูปกล้วย โดยใช้เตาชีวมวลประสิทธิภาพสูงทดแทนการใช้แก๊สหุงต้ม จนสามารถผลิตกล้วยกวนได้ปริมาณมากขึ้น จากเดิมวันละ 3 กระทะ เพิ่มเป็นวันละ 8 กระทะ และสามารถลดต้นทุนค่าเชื้อเพลิงลงได้เป็นจำนวนเงิน 7,200 บาทต่อเดือน คิดเป็นต้นทุนลดลงร้อยละ 65 จนข่าวความสำเร็จนี้ได้กระจายไปในชุมชน เกิดความต้องการพัฒนาในกลุ่มอื่น  ซึ่งในปี 2561 จะได้ร่วมมือกับ วว. ในการขยายผลโดยให้เกษตรกรเรียนรู้แล้วไปดำเนินการสร้างเตาด้วยต้นทุน 12,100 บาท เช่น การเผาเซรามิคที่ จ.ลำปาง รวมถึงการนำถ่านไผ่มาใช้ในเตาดังกล่าว ส่วนภาคใต้ใช้เพื่อการทำยางแผ่น  นอกจากนั้นในปี 2561 ได้ตั้งเป้าหมายร่วมกับ วว. ในการสร้างเกษตรกรไฮเทค 100,000 ราย  การสร้างผู้ประกอบการธุรกิจเกษตร 15,000 ราย  สร้างชุมชนเกษตรนวัตกรรม  235 ชุมชน และจับคู่พัฒนา  โดยมีตัวอย่างเป้าหมายเช่น ใช้รูปแบบโรงอบมันเส้นสะอาดพลังงานแสงอาทิตย์ของกรมพลังงานเพื่อการแปรรูปมันเส้นสะอาดเพิ่มมูลค่าผลผลิต ของสหกรณ์การเกษตรอุตสาหกรรมมันสำปะหลังวังสามหมอ จำกัด จ.อุดรธานี  ,   การปลูกและแปรรูปมะม่วงน้ำดอกไม้เพื่อการส่งออกของสหกรณ์การเกษตรกุดหมากไฟ จำกัด   จ.อุดรธานี เป็นต้น

…………………………………………………………………

ข่าว : วัฒนรินทร์ สุขีวัย

ภาพ : วัชร มีแสงเงิน / สำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดกำแพงเพชร

อำนวยการข่าว : ภาสันต์ นุพาสันต์

More from my site